บริษัทวิจัยสินเชื่อของญี่ปุ่น โตเกียว โชโก รีเสิร์ช (Tokyo Shoko Research) เปิดเผยว่า จำนวนบริษัททั่วประเทศที่ล้มละลายในเดือนพฤษภาคม (นับเฉพาะรายที่มีหนี้สินตั้งแต่ 10 ล้านเยนขึ้นไป) อยู่ที่ 780 ราย ซึ่งลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า และเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม พบว่ามีบริษัทล้มละลายที่มีสาเหตุมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่แย่ลงจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นธุรกิจการผลิตและธุรกิจค้าส่ง โดยมีปัจจัยมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อจากลูกค้าลดลง สภาพคล่องทางการเงินตึงตัวจนถึงขีดจำกัด และส่งผลให้ผู้ประกอบการหมดความตั้งใจในการบริหารธุรกิจต่อไป
นอกจากนี้ เงินเยนที่ค่อย ๆ อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยซ้ำเติมผู้ประกอบการ โดยค่าเงินเยนยังคงทรงตัวอยู่ในระดับอ่อนค่าที่ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มี ‘การล้มละลายจากพิษของแพง’ ถึง 64 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากกว่า 40%
โชโก รีเสิร์ช ระบุว่า ความรุนแรงของการขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงขึ้นของผลิตภัณฑ์น้ำมันแปรรูป ซึ่งรวมถึงน้ำมันแนฟทา (Naphtha) กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในทุก ๆ วัน พร้อมชี้ว่า “มีความเป็นไปได้สูงที่ยอดการล้มละลายของบริษัทต่าง ๆ จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน” โดยคาดการณ์ว่าจำนวนบริษัทล้มละลายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ (มกราคม – มิถุนายน) จะทะลุ 5,000 ราย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี