ใน ภาษาญี่ปุ่น ก็มีคำสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตนเองเยอะแยะมากมายไม่ต่างจากภาษาไทย ใครที่เสพสื่อญี่ปุ่นบ่อย ๆ จะต้องเคยเจอคำว่า “โอเระ” (オレ) แน่นอน คำนี้หลาย ๆ คนมักจะคิดว่าเทียบได้กับคำว่า “กู” ในภาษาไทย แต่ความจริงแล้ว “โอเระ” เป็นคำเรียกแทนตนเองในระดับกันเอง ใช้เมื่อพูดคุยกับคนที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่า คนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือสนิทกันมาก ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่ากูเสมอไป สามารถแปลได้ทั้ง ฉัน ข้า ฯ ขึ้นอยู่กับบริบท โดยปกติแล้วเป็นคำที่ผู้ชายใช้กัน แต่ในบางพื้นที่ของญี่ปุ่นผู้หญิงก็ใช้คำนี้ด้วย! เราไปดูกันค่ะว่ามีพื้นที่ไหนบ้าง
คำเดียวกัน แต่ใช้ต่างกัน?

เนื่องด้วยปัจจุบันการคมนาคมและการสื่อสารได้รับการพัฒนาขึ้นมากจากในอดีต จึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการติดต่อกับผู้คนในพื้นที่อื่น ๆ ที่ใช้ภาษาและวิธีการสื่อสารต่างกัน นำมาสู่ความรู้สึกแปลกใจเมื่อสังเกตเห็นว่าคนอื่นใช้คำพูดเดียวกันกับเราแต่กลับใช้ในบริบทหรือสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป ยกตัวอย่างเช่นคำสรรพนามเรียกแทนตนเองว่า “โอเระ” ที่ปกติในภาษาญี่ปุ่นมาตรฐานจะมีแค่ผู้ชายที่ใช้คำนี้ แต่ในบางพื้นที่กลับมีผู้หญิงที่ใช้คำนี้ในชีวิตประจำวันเช่นกัน
ว่าด้วยเรื่องการใช้ “โอเระ” ในแต่ละพื้นที่ ?
เมื่อลองตรวจสอบจากพจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นท้องถิ่นสมัยใหม่ และอ้างอิงกับคำอธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างเรื่องเพศ จึงพบแนวโน้มว่า

1. พื้นที่ที่ใช้คำว่า “โอเระ” ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
พบได้ในจังหวัดอิวาเตะ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดอิบารากิ จังหวัดกุนมะ จังหวัดคานางาวะ จังหวัดชิซูโอกะ และจังหวัดนารา

2. พื้นที่ที่ผู้ชายใช้เป็นส่วนใหญ่
พบได้ในจังหวัดอาโอโมริ จังหวัดโทจิงิ และแถบโอคุทามะของกรุงโตเกียว

3. พื้นที่ที่ผู้ชายใช้
พบได้ในฮอกไกโด จังหวัดไซตามะ กรุงโตเกียว จังหวัดยามานาชิ จังหวัดมิเอะ จังหวัดทตโตริ จังหวัดเอฮิเมะ และจังหวัดฟุกุโอกะ

จังหวัดนอกเหนือจากนี้ไม่ได้มีคำอธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างเรื่องเพศ แต่จะสังเกตได้ว่าในภูมิภาคโทโฮคุและรอบ ๆ โตเกียวมีการใช้คำว่า “โอเระ” ในทั้งผู้ชายและผู้หญิงมากกว่าญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก
ตัวอย่างความแตกต่างเรื่องเพศของคำว่า “โอเระ” ในเด็กวัยรุ่น
ในภาษาญี่ปุ่นมาตรฐาน คำสรรพนามเรียกแทนตนเองของผู้ชายกับผู้หญิงมีความแตกต่างกัน ซึ่งกฎเกณฑ์เหล่านี้ก็สามารถส่งอิทธิพลไปถึงท้องถิ่นในจังหวัดอื่น ทำให้มีการเปลี่ยนวิธีใช้ไปเป็นแบบภาษากลางมากขึ้น ดังเช่นกราฟต่อไปนี้
กราฟที่ 1 :

จากกราฟนี้จะเห็นว่าในการสำรวจกลุ่มนักเรียนมัธยมต้นในจังหวัดยามากาตะ (เขตฮิงาชิตากาวะ) เกี่ยวกับคู่สนทนาต่าง ๆ มีเด็กผู้หญิงที่ใช้คำว่า “โอเระ” เช่นกันแต่ก็ยังน้อยกว่าเด็กผู้ชายอยู่มาก
กราฟที่ 2 :

เป็นการสำรวจแบบเดียวกัน แต่เปลี่ยนจากคำว่า “โอเระ” เป็น “โออิ” (オイ) ซึ่งเป็นคำสรรพนามเรียกแทนตนเองอีกคำหนึ่งของพื้นที่นี้ จะเห็นว่าคำนี้นิยมใช้กันมากทั้งในเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง สาเหตุอาจเป็นเพราะคำนี้เป็นภาษาถิ่นและไม่ได้รับอิทธิพลจากภาษากลาง จึงมีวิธีการใช้งานที่ต่างออกไปจากภาษาญี่ปุ่นมาตรฐาน
จะเห็นว่าภาษาญี่ปุ่นเองก็มีการใช้คำบางคำต่างออกไปตามแต่ภูมิภาคนั้นๆ การเรียนรู้ที่มาที่ไปพร้อมทั้งศึกษาลักษณะสังคมถิ่นนั้นๆ ก็ถือเป็นความสนุกของการเรียนภาษาอย่างหนึ่งเลย จากนี้ใครมีโอกาสสนทนากับคนญี่ปุ่นลองสังเกตเรื่องนี้ดูนะคะ
สรุปเนื้อหาจาก kotobaken