หากเพื่อน ๆ ศึกษาทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลีก็จะสังเกตได้ว่าทั้งสองภาษามีความคล้ายคลึงกันหลายอย่างทั้งในด้านไวยากรณ์และวัฒนธรรม ตัวผู้เขียนเองก็เคยลองศึกษาภาษาเกาหลีด้วยตนเองมาบ้างเล็กน้อย และเห็นว่ามีคำศัพท์หลายคำที่ออกเสียงคล้ายกันมาก! แต่ความจริงแล้วก็มีสิ่งที่แตกต่างอยู่บ้างเช่นกัน ในบทความนี้ เราจะพาไปดูความคล้ายคลึงและความแตกต่างของภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลีกันค่ะ
ทำไมภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลีถึงมีความคล้ายคลึงกัน?

เหตุผลที่ภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลีมีความคล้ายคลึงกันนั้นมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ
อิทธิพลจากวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีน
ในภาษาญี่ปุ่นได้ใช้อักษรจีนเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเขียนมาจนถึงปัจจุบัน เรียกว่า คันจิ (漢字) ส่วนภาษาเกาหลี ในอดีตก็เคยใช้อักษรจีนในระบบการเขียนมาก่อนอักษรฮันกึล เรียกว่า ฮันจา (한자) ในปัจจุบันจะใช้อักษรฮันกึลเป็นหลักแต่ก็ยังใช้อักษรฮันจาอยู่บ้างในบางบริบท
ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์
ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีมีที่ตั้งอยู่ใกล้กันมาก ทำให้ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและการค้ากันอย่างลึกซึ้ง จนเกิดการถ่ายทอดส่งต่อและหยิบยืม ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม ธรรมเนียม ประเพณี ไปจนถึงวัฒนธรรมการใช้คำยกย่องก็มีความคล้ายคลึงกัน สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพนับถือในสังคมและความตระหนักในระดับชนชั้น
ความคล้ายคลึงกันระหว่างภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลี

คำศัพท์
ทั้งสองภาษาต่างได้รับอิทธิพลจากภาษาจีนโบราณ ทำให้มีหลายคำที่มีรากศัพท์เดียวกันหรือออกเสียงคล้ายกัน และยังมีการยืมคำศัพท์ระหว่างกันและกันอยู่บ่อยครั้ง เช่น
| ภาษาญี่ปุ่น | ภาษาเกาหลี | ภาษาไทย |
| がくせい (gakusei) | 학생 (hagsaeng) | นักเรียน |
| かばん (kaban) | 가방 (gabang) | กระเป๋า |
| やくそく (yakusoku) | 약속 (yagsog) | สัญญา |
| かしゅ (kashu) | 가수 (gasu) | นักร้อง |
| としょかん (toshokan) | 도서관 (doseogwan) | ห้องสมุด |
ระดับภาษา
ทั้งสองภาษามีระดับภาษาแสดงความเคารพซึ่งใช้แตกต่างกันไปตามความอาวุโสและสถานะทางสังคม เช่นคำว่ากิน
ภาษาญี่ปุ่น : 食べます (tabemasu) สุภาพทั่วไป
召し上がります (meshiagarimasu) สุภาพยกย่อง
いただきます (itadakimasu) สุภาพถ่อมตน
ภาษาเกาหลี : 먹어요 (meogeoyo) สุภาพทั่วไป
드세요 (deuseyo) สุภาพยกย่อง
먹습니다 (meokseumnida) สุภาพทางการ
โครงสร้างไวยากรณ์
ทั้งสองภาษามีโครงสร้างในประโยคคล้ายคลึงกันโดยการเรียงลำดับประธาน-กรรม-กริยา (SOV) เช่น
ภาษาญี่ปุ่น : 私は本を読みます (watashi wa hon o yomimasu : ฉันอ่านหนังสือ)
私は学校へ行きます (watashi wa gakkou he ikimasu : ฉันไปโรงเรียน)
ภาษาเกาหลี : 저는책을읽어요 (jeoneun chaegeul ilgeoyo)
저는학교에가요 (jeoneun haggyoe gayo)
ความแตกต่างระหว่างภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลี

ระบบตัวอักษร
ภาษาญี่ปุ่นใช้ระบบตัวอักษร 3 แบบร่วมกันคือฮิรางานะ คาตากานะ และคันจิ ส่วนภาษาเกาหลี โดยทั่วไปใช้เฉพาะระบบอักษรฮันกึล ประกอบด้วยพยัญชนะ 19 ตัว สระ 21 ตัว ใช้การผสมพยัญชนะกับสระคล้ายภาษาไทย เช่น
ภาษาญี่ปุ่น : コーヒーを飲みます (koohii o nomimasu : ดื่มกาแฟ)
ภาษาเกาหลี : 커피를마셔요 (keopileul masyeoyo)
คำยืมจากภาษาต่างประเทศ
ภาษาญี่ปุ่นมีคำยืมจากภาษาทางตะวันตกมากมายทั้งอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และส่วนใหญ่เขียนด้วยอักษรคาตากานะ ส่วนภาษาเกาหลีมีการใช้คำยืมจากภาษาต่างประเทศน้อยกว่าและถูกปรับให้เข้ากับการออกเสียงในภาษาเกาหลี เช่น
| ภาษาญี่ปุ่น | ภาษาเกาหลี | ภาษาอังกฤษ |
| テレビ (terebi) | 텔레비전 (tellebijeon) | Television |
| コンピューター (konpyuutaa) | 컴퓨터 (keompyuteo) | Computer |
| インターネット (intaanetto) | 인터넷 (inteones) | Internet |
| サンドイッチ (sandoicchi) | 샌드위치 (saendeuwichi) | Sandwich |
| アイスクリーム (aisukuriimu) | 아이스크림 (aiseukeulim) | Ice Cream |
การออกเสียง
ภาษาญี่ปุ่นออกเสียงค่อนข้างง่ายและมีจำนวนพยางค์น้อยกว่า แต่จะเด่นในเรื่องสระเสียงยาว เสียงกัก และเสียงนาสิก ส่วนภาษาเกาหลี การออกเสียงมีความซับซ้อนกว่า ลักษณะเด่นคือมีสระหลายเสียง อักษรควบ และน้ำเสียงที่หลากหลาย เช่น
ภาษาญี่ปุ่น : お母さん (okaasan : คุณแม่) จุดเด่นที่สระเสียงยาว aa
ภาษาเกาหลี : 어머니 (eomeoni) จุดเด่นที่เสียงสระ “ออ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในภาษาเกาหลี
การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างภาษาจะทำให้เราได้มองภาษาในมุมใหม่ ๆ ได้เข้าใจวัฒนธรรมของสังคมนั้น ๆ ที่สอดแทรกอยู่ในตัวภาษา ทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารและการแปลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งยังช่วยป้องกันข้อผิดพลาดในการสื่อสารกับคนต่างชาติได้อีกด้วย แล้วเพื่อน ๆ มองว่าภาษาไทยกับภาษาญี่ปุ่นมีความคล้ายและความต่างกันตรงไหนบ้างคะ ?
สรุปเนื้อหาจาก greensun