“เด็ก” ภาษาญี่ปุ่นคือ kodomo (こども) เพื่อน ๆ หลายคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นต้องเคยเห็นผ่านตามาบ้างแน่นอนว่าคำนี้สามารถเขียนเป็นคันจิได้ทั้ง 子ども และ 子供 แต่ส่วนใหญ่จะพบเจอแค่คันจิ 子ども เสียมากกว่า เพราะอะไรถึงใช้คันจินี้ ? แล้วควรใช้แบบไหนถึงจะถูกต้อง ? เราไปดูที่มาและเกร็ดน่ารู้ของคันจิเด็กน้อยคำนี้กันค่ะ
“子ども” vs “子供” แบบไหนถึงจะถูกต้อง ?

ทั้ง 子ども และ 子供 ต่างก็เป็นคันจิที่ถูกต้อง แม้ว่าส่วนใหญ่เราจะเห็นคันจิ 子ども ผ่านตามากกว่าแต่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้และการเขียนทั้งสองแบบก็ไม่ผิด อย่างไรก็ตาม องค์กรและสื่อต่าง ๆ อาจมีการใช้ที่แตกต่างกันไปเป็นของตนเอง ตัวอย่างเช่น
1. กระทรวงสาธารณสุขและแรงงาน, หน่วยงานเพื่อเด็กและครอบครัว
ตามหลักของพระราชบัญญัติพื้นฐานสำหรับเด็ก จะเขียนด้วยตัวฮิรางานะว่า こども กฎหมายนี้ให้คำจำกัดความของ こども อย่างกว้าง ๆ ว่าคือบุคคลที่มีร่างกายและจิตใจอยู่ในระหว่างการพัฒนา และมีจุดประสงค์เพื่อประกันทั้งในด้านสิทธิมนุษยชน การเจริญเติบโต ความคิดเห็น การศึกษา และการสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่บ้านของเด็กทุกคนโดยไม่คำนึงถึงอายุ กฎหมายนี้ประกาศใช้ในปี 2022 และมีผลบังคับใช้ในปี 2023
โดยทั่วไปจะใช้เป็นตัวฮิรางานะว่า こども แต่ในกรณีที่มีชื่อเฉพาะหรือเมื่อจำเป็นต้องใช้คำอื่นที่ไม่ใช่ こども ก็จะใช้เป็นคันจิ 子ども หรือ 子供 แทน
2. NHK
โดยทั่วไปจะใช้คันจิ 子ども แต่ก็สามารถใช้คันจิ 子供 ได้เช่นกัน
3. บริษัทหนังสือพิมพ์
ไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดว่าจะใช้ 子ども, 子供 หรือ こども มีการใช้ได้ทุกแบบ แต่ต้องให้มีความสอดคล้องกันทั้งบทความ
4. วันเด็ก
วันเด็ก หรือในภาษาญี่ปุ่นคือ kodomo no hi (こどもの日) เป็นวันหยุดประจำชาติที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1948 กล่าวกันว่าเหตุผลที่ใช้เป็นตัวฮิรางานะก็เพื่อให้เด็ก ๆ อ่านเข้าใจได้ง่าย
ที่มาของคันจิ 子供

คำว่า domo (ども) เป็นคำที่ใช้แทนพหูพจน์ มีจำนวนมากกว่าหนึ่ง ดังนั้น kodomo (こども) จึงหมายถึงเด็กหลายคน ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าคำว่า こども เริ่มใช้เมื่อใด แต่ในหนังสือรวมบทกวีที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นอย่างมังโยชูก็มีบทกวีที่เกี่ยวกับเด็กอยู่หลายบท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Yamanoue no Okura (山上憶良) ได้แต่งบทกวีเกี่ยวกับเด็ก ๆ ไว้มากมาย ยกตัวอย่างบทกวี 2 บทด้านล่างนี้
บทที่ 1
「いざ子ども早く大和へ 大友の 御津の浜松待ち恋ひぬらむ」
(Iza kodomo hayaku yamato he ootomo no mitsu no hama matsu kohinuramu)
“ทุกคนรีบกลับญี่ปุ่นเถิด ตอนนี้มิตสึโนะฮามามัตสึกำลังรออยู่อย่างใจจดใจจ่อ”
โดยทั่วไปคำว่า 子ども หรือเด็ก ๆ ในบทกวีนี้มักถูกตีความว่าหมายถึงผู้น้อย แต่บางครั้งก็ถูกตีความว่าหมายถึงเด็กจริง ๆ เช่นกัน
บทที่ 2
「瓜食めば子ども思ほゆ栗食めばまして偲はゆいづくより来りしものそ目交にもとなかかりて安眠しなさぬ」
(Uri hameba kodomo omohoyu kuri hameba mashite shinuhayu izukuyori kitari shimonoso manakahi nimo tonakakarite yasui shinasanu)
“เมื่อกินแตงโม ก็นึกถึงลูก ๆ ที่ทิ้งเอาไว้ข้างหลัง เมื่อกินเกาลัด ก็ยิ่งคิดถึงมากขึ้น เหตุใดเด็ก ๆ จึงมาเกิดเป็นลูกของเรา ในดวงตาเต็มไปด้วยภาพของลูก ๆ ตลอดเวลา ไม่สามารถข่มตาหลับได้เลย”
คำว่า 子ども หรือเด็ก ๆ ในบทกวีนี้ถูกตีความว่าหมายถึงเด็กจริง ๆ แบบในปัจจุบัน
ในช่วงสมัยเอโดะเริ่มมีการใช้คันจิ 子供 แต่เป็นคันจิแบบอาเทจิ ซึ่งก็คือคันจิที่ใช้เพียงแค่เสียงอ่านโดยไม่คำนึงถึงความหมาย นอกจากนี้ยังปรากฎวิธีเขียนคำนี้ในอีกหลายรูปแบบ มีทั้ง こども, 子ども, 子共, 子等 แต่หลังจากสมัยเมจิ ได้มีการรวมวิธีเขียนคำนี้ไว้เหลือเพียงแค่ 子供
สาเหตุที่ไม่ใช้คันจิ 子供

ตั้งแต่สมัยเมจิ คันจิ 子供 ถูกใช้กันโดยทั่วไปเป็นเรื่องปกติ แต่ในช่วงปี 2000 ได้มีการแสดงความเห็นเกี่ยวกับตัวคันจิ 共 กันออกมามากมาย เช่น
- คันจิ 共 ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ เพราะมันสื่อว่าเด็กถือเป็นทรัพย์สินหรือสิ่งของของผู้ใหญ่
- คันจิ 共 ไม่เหมาะสม เพราะทำให้นึกถึงคำว่า 供養 (kuyou : การทำบุญให้คนตาย) หรือคำว่า 供え物 (sonaemono : ของเซ่นไหว้)
ดังนั้นสื่อต่าง ๆ จึงเริ่มหันมาใช้คันจิ 子ども กันมากขึ้นแทน
อย่างไรก็ตาม ในปี 2013 กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกาศว่าเนื่องจาก 子供 ถือเป็นคันจิทั่วไปในชีวิตประจำวัน จึงปรับมาตรฐานให้ในเอกสารราชการใช้คันจิ 子供 เป็นผลให้ในปัจจุบันสื่อต่าง ๆ ก็เริ่มใช้คันจิ 子供 ตามไปด้วย
นอกจากนี้ คันจิ 子供 ก็เป็นเพียงคันจิแบบอาเทจิที่ใช้เพียงเสียงอ่าน ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรเป็นพิเศษ ดังนั้นความเห็นที่มองว่าการใช้คันจิ 共 เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่เหมาะสมจึงถูกปัดตกไป ทำให้ในปัจจุบันไม่ว่าจะใช้คันจิ 子供 หรือ 子ども ก็ไม่ผิดแต่ประการใด เพียงแค่อาจจะมีการกำหนดให้ใช้ในรูปแบบเดียวกันในแต่ละสื่อหรือองค์กรต่าง ๆ แตกต่างกันไป
สรุปเนื้อหาจาก jpnculture