จังหวัดโออิตะ เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ “เมืองแห่งออนเซ็น” มีชื่อเสียงในด้านบ่อน้ำร้อน ทั้งจำนวนแหล่งน้ำพุร้อนและปริมาณน้ำพุร้อนที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น! อีกทั้งเรื่องคุณภาพของน้ำไปจนถึงวัฒนธรรมการบำบัดด้วยน้ำพุร้อน ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาชื่นชมและสัมผัสประสบการณ์การแช่น้ำพุร้อนกันอย่างมากมาย วันนี้เราจะพาไปดู 5 เหตุผลที่ทำให้ออนเซ็นในโออิตะเป็นสุดยอดน้ำพุร้อนของญี่ปุ่น จากปรมาจารย์ด้านน้ำพุร้อน ศาสตราจารย์ไซโต มาซากิ จากคณะวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยโตไก
1. มีจำนวนและปริมาณน้ำพุร้อนมากที่สุด!

จังหวัดโออิตะมีจำนวนน้ำพุร้อนและปริมาณน้ำพุร้อนมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีจำนวนมากกว่าจังหวัดคาโกชิมะในอันดับสองและจังหวัดชิซูโอกะในอันดับสามกันแบบครึ่งต่อครึ่ง
จำนวนน้ำพุร้อน
อันดับ 1 : จังหวัดโออิตะ 4,445 แห่ง
อันดับ 2 : จังหวัดคาโกชิมะ 2,755 แห่ง
อันดับ 3 : จังหวัดชิซูโอกะ 2,252 แห่ง
ปริมาณน้ำพุร้อน
อันดับ 1 : จังหวัดโออิตะ 279,253 ลิตรต่อนาที
อันดับ 2 : ฮอกไกโด 198,022 ลิตรต่อนาที
อันดับ 3 : จังหวัดคาโกชิมะ 160,132 ลิตรต่อนาที
2. น้ำพุร้อนมีความหลากหลาย!

น้ำพุร้อนของญี่ปุ่นแบ่งได้เป็น 10 ประเภทตามองค์ประกอบของเคมีในน้ำ ซึ่งในจังหวัดโออิตะก็พบได้ถึง 8 ประเภท จนกล่าวกันว่าหากมาจังหวัดโออิตะก็เหมือนได้มาเยือนน้ำพุร้อนทั่วโลก!
ประเภทของน้ำพุร้อนที่พบในจังหวัดโออิตะ
- น้ำพุร้อนทั่วไป
- น้ำพุร้อนเกลือ (คลอไรด์)
- น้ำพุร้อนโซดา (ไบคาร์บอเนต)
- น้ำพุร้อนซัลเฟต
- น้ำพุร้อนคาร์บอนไดออกไซด์
- น้ำพุร้อนโลหะ
- น้ำพุร้อนกรด
- น้ำพุร้อนกำมะถัน
3. มีน้ำพุร้อนดื่มได้!

นอกจากการลงไปแช่แล้ว อีกหนึ่งการบำบัดด้วยน้ำพุร้อนคือการดื่มน้ำจากน้ำพุร้อน โดยระบบในร่างกายที่น้ำพุร้อนช่วยบำบัดได้นั้นแบ่งได้เป็น 3 ประเภทตามคุณภาพของน้ำ ได้แก่ ระบบทางเดินอาหาร ระบบเผาผลาญ และระบบการไหลเวียนของโลหิต ในจังหวัดโออิตะมีน้ำพุร้อนดื่มได้ประมาณ 140 แห่งที่ได้รับอนุญาตให้ประชาชนใช้ได้
4. มีน้ำพุร้อนไบคาร์บอเนตความเข้มข้นสูงที่หาได้ยาก!

ในบรรดาบ่อน้ำพุร้อนกว่า 3,100 แห่งทั่วญี่ปุ่น น้ำพุร้อนโซดาหรือน้ำพุร้อนไบคาร์บอเนตนั้นมีเพียง 0.4% เท่านั้น ถือเป็นประเภทน้ำพุร้อนที่หาได้ยากจากทั่วโลก! แต่ที่นากายุออนเซ็นซึ่งเป็นออนเซ็นรีสอร์ตในโอคุบุงโกะมีน้ำพุร้อนไบคาร์บอเนตให้บริการ มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิตและบำรุงผิวพรรณ จึงเป็นที่นิยมมากสำหรับผู้หญิงมาก
5. มีวัฒนธรรมโทจิอันยาวนาน!

จังหวัดโออิตะมีน้ำพุร้อนมากมาย ทำให้เกิด “วัฒนธรรมโทจิ” (湯治文化) ที่หยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน เป็นวัฒนธรรมที่ผู้คนจะนิยมไปแช่น้ำพุร้อนเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะหลังสมัยเอโดะ และปัจจุบันก็ถือเป็นการพักผ่อนในรูปแบบหนึ่ง ในเมืองเบปปุก็มีที่พักแบบบริการตนเองมากมายให้เหล่านักท่องเที่ยวได้มาใช้บริการ ซึ่งผู้คนก็สามารถดูแลสุขภาพไปพร้อมกับเพลิดเพลินกับบ่อน้ำพุร้อนได้
นอกจากเรื่องจำนวน ปริมาณ ความหลากหลายของน้ำพุร้อน ยังมีเสน่ห์อีกหลายประการที่ทำให้น้ำพุร้อนของโออิตะควรค่าแก่การมาเยือนสักครั้ง สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งน้ำพุร้อนใส ๆ สะอาด ๆ ไปจนถึงน้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ จะลงแช่ในบ่อกลางแจ้งพร้อมวิวธรรมชาติ หรือแช่ในอ่างอาบน้ำรวมในย่านที่อยู่อาศัย และมีให้เลือกหลากหลายสีสันทั้งใส เขียว ฟ้า ดำ เหลือง และส้ม เรียกว่าพบน้ำพุร้อนได้ทุกแบบราวกับเป็นของขวัญจากธรรมชาติ ทำให้โออิตะเป็นจังหวัดน้ำพุร้อนอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง!
สรุปเนื้อหาจาก edit.pref.oita