กีวี
  • เมษายน 19, 2025
  • ซากุระ เมืองร้อน
  • 0

หากเราลองสังเกตกีวีที่ประเทศญี่ปุ่นดูเราอาจจะพบว่าส่วนใหญ่มักจะเป็นกีวีนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีผลิตผลบางส่วนที่มาจากบางพื้นที่ในญี่ปุ่น เช่น จังหวัดเอฮิเมะ ฟุกุโอกะ และ วากายามะ เป็นต้น ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รู้ไหมคะว่ากีวีถือเป็นผลไม้ที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานมาก เพราะมีราคาถูกและมีคุณค่าสารอาหารสูง โดยเจ้าผลไม้นี้ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจค่อนข้างมาก วันนี้เราเลยจะมาเรียนรู้ถึงเกร็ดเล็ก ๆ น่ารู้เกี่ยวกับเจ้ากีวีในมุมมองของคนญี่ปุ่นกันค่ะ!

1. ส่วนเปลือกมีปริมาณเส้นใยอาหารและโพลีฟีนอลสูงกว่าเนื้อ?

รู้ไหมว่าเปลือกผลกีวีนั้นมีปริมาณเส้นใยอาหารสูงเป็น 2 เท่าของเนื้อเลยนะ! อีกทั้งยังมีโพลีฟีนอลสูงกว่าถึง 1.3 เท่า เลยด้วย แต่ทั้งนี้ จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักปอกเปลือกทิ้งไป อาจจะด้วยไม่รู้หรือหาวิธีกินไม่ได้ ดังนั้นมาทำตามวิธีนี้กันดีกว่า! เริ่มด้วยนำอลูมิเนียมฟอยล์ที่ปั้นเป็นก้อนกลมมาถูรอบพื้นผิวกีวีจากนั้นล้างด้วยน้ำจนสะอาด แล้วจึงค่อยใช้มีดหั่นกีวีตามขวาง วิธีนี้ก็จะช่วยให้สามารถนำมารับประทานแบบยังมีเปลือกได้ง่ายกว่าเดิมค่ะ!

2. แกนกลางสีขาวของกีวีมีวิตามินซีสูง

ส่วนสีขาวที่อยู่ตรงแกนกลางของกีวีพัฒนามาจากเกสรตัวเมีย ซึ่งเป็นที่เก็บสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างผลไม้ ดังนั้นที่บริเวณนี้จะมีปริมาณวิตามินซีสูง การรับประทานกีวีวันละ 2 ผลทำให้ร่างกายได้รับปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอสำหรับแต่ละวัน

3. เมล็ดกีวีมีสารโพลีฟีนอลสูงมาก

กีวี 1 ผลมีเมล็ดประมาณ 1,000 เมล็ดอัดกันแน่นอยู่รอบแกนกลางสีขาว เมล็ดกีวีมีสารโพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าเปลือกและเนื้อกีวีประมาณ 3 และ 40 เท่า ตามลำดับ

4. กีวีสีเขียวมีเอนไซม์โปรตีเอสสูงกว่ากีวีสีทอง

กีวีสีเขียว

กีวีสีเขียวมีเอนไซม์โปรติเอสที่ชื่อว่าแอคตินิดิน (Actinidin) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนและช่วยย่อยอาหารมากกว่ากีวีสีทอง

5. แช่ในน้ำอุ่นคือเคล็ดลับการเก็บกีวีให้นานขึ้น

การนำกีวีไปแช่น้ำอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียสเป็น 10 นาทีแล้วเช็ดให้แห้งก่อนเก็บไว้ในตู้เย็น จะทำให้เก็บกีวีได้นานขึ้น

6. ควรรับประทานกีวีก่อนหรือหลังอาหารดี?


เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ในกีวีช่วยยับยั้งการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด และแอคตินิดินช่วยในการย่อยอาหาร การรับประทานกีวีหลังอาหาร จึงเป็นวิธีรับประทานที่จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด!

7. เวลาในการรับประทานกีวีที่แตกต่างกันก็มีผลดีต่อสุขภาพต่างกัน

  1. รับประทานกีวีก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง: ช่วยทำให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นเนื่องจากกีวีอุดมไปด้วยวิตามินซีและกรดอะมิโนทริปโตเฟน
  2. รับประทานกีวีก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง: จะทำให้ผิวสวย เนื่องจากวิตามินซีที่มีมากในกีวีมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวและช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมของผิวในขณะที่นอนหลับ
  3. รับประทานกีวีในตอนเช้า: จะช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ เนื่องจากกีวีมีธาตุเหล็กในปริมาณสูง

กีวีเป็นผลไม้ที่มีราคาถูกและมีปริมาณพลังงานต่ำ ทำให้สามารถรับประทานได้วันละสองผล การรับประทานเป็นประจำนอกจากจะช่วยให้ผิวพรรณสวยงามแล้วก็ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกายด้วยค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: toyokeizai.net

ซากุระ เมืองร้อน

แม่บ้านญี่ปุ่นลูกสองผู้รักการทำอาหาร หลงใหลในความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ และชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้แข็งแรงและสวยไปนานๆ ขอฝากเนื้อฝากตัวเพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ในมุมมองที่หลากหลายให้กับเพื่อนผู้อ่านทุกท่านค่ะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า