จังหวัดโคจิ เป็นขุมทรัพย์แห่งราเมงท้องถิ่นที่น่าลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมิโซะคัตสึราเมง ไคดาชิราเมง จูกะโซบะ จันเมง แต่เมนูที่ถือเป็นตัวแทนของจังหวัดโคจิและได้รับความนิยมเป็นพิเศษก็ต้องเป็นนาเบะยากิราเมงของเมืองซูซากิที่เรียบง่ายแต่โดดเด่น เป็นเมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นไม่นานหลังสงครามและได้ถูกส่งต่อกันมาในร้านอาหารต่าง ๆ มากมายในจังหวัดโคจิ บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเมนูนี้ให้มากขึ้น และแนะนำร้านนาเบะยากิราเมงอร่อย ๆ ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวจังหวัดโคจิ
รู้จักนาเบะยากิราเมง

นาเบะยากิราเมง (鍋焼きラーメン) เป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของเมืองซูซากิ จังหวัดโคจิ เป็นราเมงสไตล์ญี่ปุ่นแบบเรียบง่ายที่ชวนให้นึกถึงวันวาน มีน้ำซุปกระดูกไก่และโชยุเป็นเบส เส้นราเมงบางและเหนียวนุ่ม ท็อปปิ้งเป็นชิกุวะ ต้นหอม และไข่ดิบ เสิร์ฟในหม้อเคลือบดินเผาเป็นเอกลักษณ์เพื่อให้สามารถลิ้มรสน้ำซุปร้อน ๆ ได้จนถึงคำสุดท้าย
ว่ากันว่านาเบะยากิราเมงมีต้นกำเนิดในช่วงปีโชวะที่ 20-50 (1945-1975) จากร้านอาหารชื่อทานิกุจิ โชคุโด (谷口食堂) ซึ่งตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ของเมืองซูซากิ จุดเริ่มต้นมาจากความต้องการที่อยากให้ลูกค้าได้ทานอาหารแบบร้อน ๆ จึงเริ่มนำมาใส่ในหม้อเคลือบดินเผาที่เก็บความร้อนได้ดี ก่อนจะนำไปเสิร์ฟให้ลูกค้า
เมื่อเจ้าของเสียชีวิตร้านแห่งนี้จึงปิดตัวลง แต่รสชาติของนาเบะยากิราเมงก็ยังคงสืบทอดกันมาโดยเหล่าผู้คนที่ชื่นชอบและไม่มีวันลืมรสชาตินั้น ในปัจจุบันมีร้านอาหารมากมายทั่วจังหวัดโคจิที่เสิร์ฟนาเบะยากิราเมงในหม้อเคลือบดินเผาตามรอยร้านทานิกุจิ โชคุโด
เกณฑ์ 7 ข้อของนาเบะยากิราเมง

เมืองซูซากิได้ริเริ่มโครงการ “Nabeyaki Ramen Project X” ขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่นาเบะยากิราเมงไปทั่วประเทศ และได้กำหนดเกณฑ์ 7 ข้อ โดยอิงจากลักษณะเฉพาะของต้นตำรับ ราเมงที่ตรงตามเกณฑ์ทั้งหมดเท่านั้นที่จะได้รับการรับรองว่าเป็นนาเบะยากิราเมง ซึ่งประกอบไปด้วย
- น้ำซุปต้องเป็นซุปจากกระดูกไก่และโชยุ
- เส้นราเมงต้องเป็นเส้นบาง ตรง และเหนียวนุ่มเล็กน้อย
- ท็อปปิ้งต้องมีชิกุวะ ต้นหอม และไข่ดิบ
- ภาชนะต้องเป็นหม้อเคลือบดินเผา
- ต้องเสิร์ฟขณะซุปเดือด
- ต้องมีหัวไชเท้าดองเป็นเครื่องเคียง (ผักดองรสเปรี้ยวจะดีที่สุด)
- ทุกอย่างต้องทำด้วยความใส่ใจ
แนะนำ 5 ร้านนาเบะยากิราเมงในจังหวัดโคจิ
1. Mayumi no Mise
ร้านแรกคือ Mayumi no Mise เป็นร้านมีชื่อเสียงที่เหล่าคนดังมักมาทานกันบ่อย ๆ และเป็นร้านยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ทางร้านมีนาเบะยากิราเมงให้เลือกหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นรสโชยุแบบมาตรฐาน รสแกงกะหรี่ รสกิมจิ รสกระเทียม มีเครื่องในให้สั่งเพิ่มเป็นท็อปปิ้งได้ หรือจะสั่งข้าวมาทานกับน้ำซุปที่เหลือเป็นข้าวต้มอร่อย ๆ ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีนาเบะยากิราเมงแบบสำเร็จรูปที่เตรียมทั้งซุป เส้น และท็อปปิ้งต่าง ๆ เอาไว้ให้แล้ว สามารถหยิบมาอุ่นทานได้ตามใจชอบ
ร้าน Mayumi no Mise
| ที่อยู่ | 10-14 Sakaemachi, Susaki, Kochi 785-0016 ญี่ปุ่น |
| วัน-เวลาทำการ | วันธรรมดา 11.00-14.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00-16.30 น. หยุดวันพุธและวันอาทิตย์แรกของเดือน |
| การเดินทาง | จากสถานี JR Tosa-Shinjō เดิน 8 นาที |
2. Hashimoto Shokudo
ร้านต่อมาคือ Hashimoto Shokudo ก่อตั้งในปี 1975 ทางร้านใส่ใจในทุกรายละเอียดและยึดมั่นในเกณฑ์ 7 ข้อของนาเบะยากิราเมงอย่างเคร่งครัด น้ำซุปอุดมไปด้วยน้ำมันจากไก่และใช้โชยุของท้องถิ่น มีความเข้มข้นเข้ากันได้ดีกับข้าว ลูกค้าหลายคนจึงมักสั่งข้าวมาปิดท้ายเป็นข้าวต้ม เส้นราเมงเส้นเล็กโฮมเมดสูตรดั้งเดิมของร้าน มีความเหนียวนุ่มแต่ไม่เละ คงรูปได้ดีจนถึงคำสุดท้าย มีลูกค้าเดินทางมาจากหลากหลายที่เพื่อมาลิ้มลองจนมีคิวยาวเสมอ
ข้อมูลร้าน Hashimoto Shokudo
| ที่อยู่ | 4-19 Yokomachi, Susaki, Kochi 785-0014 ญี่ปุ่น |
| วัน-เวลาทำการ | 11.00-13.50 น. หยุดวันอาทิตย์-อังคาร |
| การเดินทาง | จากสถานี JR Tosa-Shinjō นั่งแท็กซี่ 3 นาที |
3. Susaki Ekimae Shokudo
ร้านต่อมาคือ Susaki Ekimae Shokudo ตามชื่อร้าน ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงหน้าสถานี Susaki เดินทางสะดวกมาก ทางร้านใช้น้ำซุปเข้มข้นจากกระดูกไก่และผักผลไม้นานาชนิด เคี่ยวรวมกันเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถระบุความนุ่มความแข็งของเส้นได้ตามชอบ มีหลายขนาดให้เลือกทั้งไซส์ใหญ่ ใหญ่พิเศษ มินิ เลดี้ นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดอย่างจิริเมงด้ง เป็นข้าวหน้าปลาเล็กตากแห้ง ใช้ปลาที่จับได้จากท่าเรือ Susaki ใกล้ ๆ ถ้าใครอยากลองทั้ง 2 อย่างก็มีเสิร์ฟเป็นเซ็ตด้วยนะ
ข้อมูลร้าน Susaki Ekimae Shokudo
| ที่อยู่ | 1-chome-5-20 Haramachi, Susaki, Kochi 785-0001 ญี่ปุ่น |
| วัน-เวลาทำการ | 10.00-16.00 น. หยุดวันพุธ |
| การเดินทาง | จากสถานี JR Susaki เดิน 1 นาที |
4. Garo
ร้านต่อมาคือ Garo เป็นร้านเก่าแก่ที่เสิร์ฟนาเบะยากิราเมงมานานกว่า 40 ปี น้ำซุปเป็นเอกลักษณ์ด้วยการผสมผสานน้ำซุปจากไก่และอาหารทะเล โดดเด่นด้วยกะหล่ำปลีและเห็ดหูหนูเป็นท็อปปิ้งไม่เหมือนใคร เมนูนี้มีให้เลือก 3 รสชาติคือรสไก่ที่ใช้โชยุเป็นเบส ได้รับความนิยมที่สุด รสเครื่องในกระเทียม ช่วยเพิ่มพละกำลัง และรสเผ็ดร้อนสำหรับคนชอบรสจัด นอกจากสาขาหลักที่ซูซากิแล้ว ยังได้เปิดสาขาใหม่เมื่อปี 2019 ใน Tosanosato Agri Colletto ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่เน้นการส่งเสริมอาหารของจังหวัดโคจิ
ข้อมูลร้าน Garo
| ที่อยู่ | 7-15 Kajimachi, Susaki, Kochi 785-0010 ญี่ปุ่น |
| วัน-เวลาทำการ | 11.00-16.00 น. หยุดวันศุกร์ |
| การเดินทาง | จากสถานี JR Susaki เดิน 5 นาที |
5. Nabeyaki Ramen Taniguchi Shokudo
ร้านสุดท้ายคือ Nabeyaki Ramen Taniguchi Shokudo เป็นร้านนาเบะยากิราเมงเฉพาะทางที่ตั้งชื่อตามร้านทานิกุจิ โชคุโดที่เป็นต้นตำรับของนาเบะยากิราเมง น้ำซุปทำจากไก่และมารุเคียวโชยุของเมืองซูซากิ เส้นราเมงบางและเหนียวนุ่ม ท็อปปิ้งประกอบด้วยชิกุวะ ต้นหอม และไข่ดิบ เรียกได้ว่าตรงตามต้นฉบับสุด ๆ แต่หากอยากเพิ่มรสชาติก็สามารถเติมผงกะหรี่ลงในน้ำซุปได้ ร้านตั้งอยู่ห่างจากป้ายรถรางโทสะเด็นเพียง 4 นาที นอกจากนี้ยังอยู่ห่างจากปราสาทโคจิซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญประมาณ 8 นาที และห่างจากตลาดฮิโรเมะประมาณ 5 นาที แถมยังอยู่ใกล้กับตลาดวันอาทิตย์ซึ่งมีร้านค้ามาจำหน่ายสินค้าและอาหารกว่า 300 ร้านค้า
ร้าน Nabeyaki Ramen Taniguchi Shokudo
| ที่อยู่ | 1 Chome-7-14 Otesuji, Kochi, 780-0842 ญี่ปุ่น |
| วัน-เวลาทำการ | วันจันทร์-เสาร์ 17.30-03.00 น. วันอาทิตย์ 11.00-15.00 น. และ 17.00-20.00 น. |
| การเดินทาง | จากสถานี JR Kochi นั่งแท็กซี่ 4 นาที |
นาเบะยากิราเมงร้อน ๆ ที่ปรุงด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดีด้วยวัตถุดิบที่เรียบง่ายเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย หากไปเที่ยวโคจิก็อย่าลืมไปลิ้มลองรสชาติซิกเนเจอร์ของโคจิกันนะคะ
สรุปเนื้อหาจาก kochike