ถ้าใครเคยซื้ออาหารในร้านสะดวกซื้อที่ญี่ปุ่น นอกจากอาหารญี่ปุ่นที่จะขาดไปไม่ได้แล้ว อาหารอิตาเลียน ก็ถือว่าเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นชอบและหาซื้อกินได้ง่ายค่ะ โดย 1 ในเมนูที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ก็คงหนีไม่พ้น “ข้าวอบชีส” หรือ “โดเรีย” (Doria = ドリア) โดยคนที่ไม่เคยกินพอเห็นหน้าตาของข้าวอบชีสหรือโดเรีย คงจะพากันคิดไปว่า คือ มักกะโรนีอบชีส ไม่ก็ลาซันญ่าอะไรประมาณนั้น แต่จริง ๆ แล้ว สิ่งที่อยู่ใส่อยู่ข้างล่างชีสไม่ใช่ “แป้ง” แต่เป็น “ข้าว” ต่างหากค่ะ
ทีนี้อาจจะมีหลายคนเริ่มสงสัยว่า แล้วข้าวอบชีสหรือโดเรียนี้เป็นอาหารฝรั่งเศสหรืออาหารอิตาเลียนกันแน่? เพราะชื่อในภาษาญี่ปุ่นจะถูกเขียนด้วยตัวอักษรคาตาคานะ จึงฟังดูเหมือนเป็นอาหารยุโรป จึงทำให้มักเข้าใจผิดกันว่าเป็นอาหารที่เกิดในยุโรป แต่จริง ๆ แล้ว ข้าวอบชีสหรือโดเรียเป็นอาหารที่ถูกคิดค้นขึ้นในญี่ปุ่นค่ะ! ในครั้งนี้ เราจะมาเล่าถึงเรื่องราวและเบื้องหลังการเกิดของเมนูอาหารยอดนิยมนี้ว่าทำไมจึงได้เป็นที่รู้จักและนิยมในญี่ปุ่นกัน!
ย้อนประวัติศาสตร์ “ข้าวอบชีสหรือโดเรีย”

ประวัติของข้าวอบชีสหรือโดเรีย สามารถย้อนกลับไปได้ถึงปีโชวะที่ 2 (ปี ค.ศ. 1927) ที่เมืองโยโกฮาม่า จังหวัดคานางาวะ ได้มีโรงแรมสไตล์ฝรั่งที่ชื่อว่า โรงแรม NEW GRAND เปิดให้บริการขึ้น และที่โรงแรมแห่งนี้เองที่ข้าวอบชีสหรือโดเรียได้ถือกำเนิดขึ้นค่ะ

โดยหัวหน้าพ่อครัวคนแรกของโรงแรมนี้ คือ พ่อครัวชาวสวิสชื่อ คุณ Saly Weil ซึ่งเป็นพ่อครัวที่ตั้งใจทำงาน โดยมีจิตวิญญาณในการให้บริการอย่างเต็มที่ และเชื่อมั่นในคำพูดที่ว่า “โรงแรมอยู่ได้ก็เพราะลูกค้า” โดยเขาไม่ได้เพียงแค่เสิร์ฟหรือให้บริการอาหารแก่ลูกค้าหรือแขกที่เข้ามาพักที่โรงแรมแค่คอร์สอาหารตามเมนูที่กำหนดไว้เท่านั้น แต่เขายังให้ทางโรงแรมระบุลงไปในเมนูอาหารอีกด้วยว่า “หัวหน้าพ่อครัวสามารถปรุงอาหารนอกเหนือไปจากที่ปรากฏในเมนูตามที่ลูกค้ารีเควสมาได้”
จนมีอยู่มาวันหนึ่ง ได้มีคำขอรีเควสพิเศษเข้ามาจริง ๆ จากลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้ที่มีอาชีพเป็นนายธนาคาร เนื่องจากเขารู้สึกไม่ค่อยสบาย เขาจึงอยากที่จะได้อาหารที่ทานง่ายและลื่นคอ โดยอาหารที่หัวหน้าพ่อครัวผู้นี้ได้ปรุงขึ้นแบบทันทีตามคำขอนั้น คือ ข้าวผัดเนยราดด้วยกุ้งตุ๋นผัดซอสครีม แล้วด้านบนราดด้วยซอสขาวเบชาเเมลผสมชีส ที่นำไปอบให้สุดในเตาอบ

โดยในสมัยนั้นที่ยุโรปกุ้งตุ๋นผัดซอสครีมเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทางหัวหน้าพ่อครัวคุณ Weil จึงคิดไอเดียนำอาหารชนิดนั้นมาดัดแปรง โดยนำกุ้งตุ๋นผัดซอสครีมมาราดหรือวางบนข้าวผัด และใส่ซอสขาวและชีสลงไปโปะหน้าเป็นท็อปปิ้ง สิ่งนี้เองคือ “ต้นแบบของข้าวอบชีสหรือโดเรีย” ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั้นเองค่ะ โดยอาหารจานสร้างสรรค์แบบกะทันหันของหัวหน้าพ่อครัวผู้นี้ได้รับความนิยม และถูกเพิ่มเข้าไปเป็นหนึ่งในเมนูอาหารประจำของที่โรงแรม NEW GRAND แห่งนี้ โดยถูกตั้งชื่อว่า “ข้าวอบชีสหน้ากุ้งหรือโดเรียหน้ากุ้ง“ (Shrimp Doria) ค่ะ
ที่มาของชื่อ “โดเรีย” มาจากไหน?

เราได้ทราบประวัติของข้าวอบชีสหรือโดเรียในฐานะอาหารแล้ว แต่คำถามคือ ชื่อ “โดเรีย” มาจากไหน? เรื่องนี้ก็มีหลายทฤษฎีด้วยกัน หากมีใครสักคนได้ถามหัวหน้าพ่อครัวคุณ Weil เอาไว้ก็อาจจะได้รับคำตอบและเหตุผลโดยตรง แต่ปรากฏว่าไม่มีบันทึกใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยค่ะ น่าเศร้ายิ่งหนัก… ดังนั้นจึงเป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้น โดยหนึ่งในทฤษฎีคือ ชื่อโดเรีย มาจากชื่อ “ตระกูลโดเรีย” ซึ่งเป็นชื่อตระกูลขุนนางชาวอิตาเลียน ในศตวรรษที่ 15 ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองเจนัว(Genoa) ประเทศอิตาลี

ในส่วนของอีกทฤษฎีหนึ่ง คือ ก่อนที่ข้าวอบชีสหรือโดเรียจะถูกทำขึ้นที่ญี่ปุ่น ได้มีอาหารชื่อโดเรียถูกทำขึ้นสำหรับตระกูลโดเรียมาก่อนแล้ว แม้ว่าจะไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าอาหารชนิดนั้นมีลักษณะหรือรูปแบบเป็นแบบไหน แต่จากบันทึกคร่าว ๆ พบว่าอาหารชนิดนั้นมีการนำ มะเขือเทศ แตงกวา และไข่ มาใช้โดยการจัดสีของวัตถุดิบนี้ก็สอดคล้องไปกับสีของธงชาติอิตาลี คือ สีแดง สีเขียว และสีขาว นอกจากนี้ ข้าวอบชีสหรือโดเรียที่หัวหน้าพ่อครัวจากโรงแรม NEW GRAND ได้ทำขึ้นในญี่ปุ่นก็มีได้ใช้ ผักชีสีเขียว กุ้งสีแดง และซอสขาวหรือข้าวสีขาว ซึ่งเป็นการจัดสีคล้ายกัน จากจุดนี้ก็ทำให้ทฤษฎีนี้ฟังดูมีเหตุผลไม่น้อยค่ะ

แม้ว่าที่มาของชื่ออาหารชนิดนี้จะไม่ชัดเจน แต่จากการที่ทางหัวหน้าพ่อครัว คุณ Weil ไม่ได้มีการหวงสูตร เขาจึงได้ทำการถ่ายทอดสูตรอาหารชนิดนี้ให้กับลูกศิษย์หลายต่อหลายคนของเขา จึงทำให้อาหารชนิดนี้ได้เกิดการแพร่หลายไปยังโรงแรมและร้านอาหารต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในเวลาต่อมานั้นเองค่ะ ดังนั้น ถ้าใครมีโอกาสแนะนำให้ลองไปกินข้าวอบชีสหรือโดเรียรสต้นตำรับที่โรงแรม NEW GRAND ดูกันนะคะ ยังคงรสชาติแบบในตอนแรกมาจนถึงปัจจุบันเลยค่ะ

ทั้งนี้ แม้ว่าซอสที่ใช้ในข้าวอบชีสหรือโดเรียพื้นฐานจะเป็น “ซอสขาวเบชาเเมล” (Béchamel Sauce) แต่ถ้าเราทำการเปลี่ยนส่วนประกอบหรือชนิดของซอส ก็ทำให้เกิดข้าวอบชีสหรือโดเรียได้หลากหลายรูปแบบขึ้นค่ะ ตัวอย่างเช่น หากราดด้วยซอสเนื้อบดตุ่นผัดกับมะเขือเทศหรือมีทซอส (Meat Sauce) ก็จะกลายเป็น ข้าวอบชีสหน้าซอสเนื้อบดผัดกับมะเขือเทศ หรือโดเรียหน้าซอสเนื้อบดผัดกับมะเขือเทศ โดยข้าวอบชีสแบบนี้ที่มีชื่อเสียง และคนญี่ปุ่นมักจะรู้จักกันดีก็คือ “เมนูข้าวอบชีสหน้าซอสเนื้อบดผัดกับมะเขือเทศ” หรือ “โดเรียหน้าซอสเนื้อบดผัดกับมะเขือเทศ” จากร้าน Saizeriya นั้นเองค่ะ

นอกจากนี้ หากราดด้วยซอสแกงกะหรี่ ก็จะกลายเป็น “ข้าวอบชีสหน้าแกงกะหรี่” หรือ “โดเรียหน้าแกงกะหรี่” (Curry Doria) และถ้าเปลี่ยนส่วนประกอบหลักจากกุ้งเป็นไก่ ก็จะกลายเป็น “ข้าวอบชีสไก่” หรือ “โดเรียไก่” (Chicken Doria) ค่ะ และในบางพื้นที่ของญี่ปุ่นหรือในบางร้านอาหาร อาจเรียกข้าวอบชีสหรือโดเรียว่า “ไรซ์กราแตง” (Rice Gratin) มากกว่า เพราะผู้สูงอายุหลายคนจะคุ้นเคยกับชื่อเรียกแบบนี้มากกว่าค่ะ ถ้ายังไงลองกินดูแล้ว ชอบข้าวอบชีสหรือโดเรียแบบไหน มาบอกต่อกันด้วยนะคะ
สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan