แกงกะหรี่คานาซาว่า (金沢カレー) เป็นแกงกะหรี่ญี่ปุ่นท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดจากเมืองคานาซาว่า จังหวัดอิชิกาว่า มีเอกลักษณ์เฉพาะคือน้ำแกงกะหรี่สีน้ำตาลเข้มคล้ายช็อกโกแลต เหนียวข้น รสชาติเข้มข้น เสิร์ฟบนจานสแตนเลส ท็อปด้วยหมูทอดทงคัตสึและกะหล่ำปลีฝอย ในคานาซาว่ามีร้านแกงกะหรี่คานาซาว่าอยู่มากมาย ทั้งร้านชื่อดังอย่าง Champion’s Curry และร้าน Gold Curry ที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเคยทานมาบ้างแล้ว แต่สงสัยไหมคะว่าทำไมต้องเป็นจานสแตนเลส ทำไมต้องมีหมูทอดกับกะหล่ำปลีฝอย เราจะพาไปดูทั้งต้นกำเนิดและเรื่องน่ารู้ของแกงกะหรี่คานาซาว่ากันค่ะ

กำเนิดร้านแกงกะหรี่คานาซาว่า

แกงกะหรี่คานาซาว่า

เริ่มที่ต้นกำเนิดกันแบบพอสังเขป ในอดีตจังหวัดอิชิกาว่ามีร้านอาหารอินเดียมาก่อนพื้นที่อื่น ๆ ทำให้เกิดวัฒนธรรมการทานแกงกะหรี่กันอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ “แกงกะหรี่คานาซาว่า” แกงกะหรี่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองคานาซาว่าและเป็นแกงกะหรี่ชนิดเดียวที่ตั้งชื่อตามชื่อเมือง

แกงกะหรี่คานาซาว่าถือกำเนิดขึ้นโดยทานากะ โยชิคาสึ (田中吉和) เขามีความสนใจด้านอาหารอาหารตะวันตก เคยฝึกงานและทำงานในร้านอาหารและโรงแรมในฐานะหัวหน้าเชฟ จนในปี 1961 เขาได้เปิดร้านอาหารตะวันตกในชื่อ “Yoshoku Tanaka” (洋食タナカ) ในเมืองคานาซาว่า ไม่นานก็เริ่มจำหน่ายข้าวแกงกะหรี่ที่กลายเป็นต้นกำเนิดของแกงกะหรี่คานาซาว่า และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนทำให้ร้าน Yoshoku Tanaka ค่อย ๆ กลายเป็นร้านแกงกะหรี่เฉพาะทาง

ในปี 1971 โอคาดะ ลูกค้าประจำที่ชื่นชอบเมนูแกงกะหรี่อย่างมาก ได้เสนอให้ทานากะมาเปิดร้านร่วมกัน จึงได้เปิดร้านใหม่อีกร้านในชื่อ “Turban Curry” (ターバンカレー) แต่เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับการบริหาร ทานากะจึงได้แยกตัวออกมาในเมืองโนโนะอิจิและดำเนินกิจการใหม่ภายใต้ชื่อ “Tanaka Turban” (タナカのターバン) แต่ต่อมาก็เกิดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเครื่องหมายการค้า จึงเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “Champion’s Curry” (カレーのチャンピオン) และกลายเป็นร้านแกงกะหรี่คานาซาว่าที่โด่งดังและเป็นที่นิยมทั้งในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่างร้านแกงกะหรี่คานาซาว่าชื่อดัง

ร้านแกงกะหรี่คานาซาว่า

ในเมืองคานาซาว่ามีร้านแกงกะหรี่อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านรุ่นเก๋าเก่าแก่หรือร้านรุ่นใหม่ที่เพิ่งก่อตั้ง แต่หากพูดถึงร้านแกงกะหรี่คานาซาว่าที่โด่งดังในหมู่คนทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น

1. Champion’s Curry

ต้นกำเนิดของ Champion’s Curry (カレーのチャンピオン) ก่อตั้งขึ้นในปี 1961 ในชื่อ Yoshoku Tanaka ในเมืองคานาซาว่า แต่สาขาหลักในปัจจุบันอยู่ในเมืองโนโนะอิจิที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งสูตรและรูปแบบการจัดเสิร์ฟอันเป็นเอกลักษณ์ล้วนคิดค้นโดยทานากะ โยชิคาสึ ผู้ก่อตั้งร้าน และยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ร้านนี้จึงมักถูกเรียกว่าเป็น “ต้นตำรับของแกงกะหรี่คานาซาว่า” อย่างแท้จริง เป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้าท้องถิ่นเป็นหลักและมักเรียกด้วยชื่อย่อว่า จังคาเระ (チャンカレ)

2. urban Curry

เป็นร้านที่ทานากะ โยชิคาสึร่วมกิจการกับโอคาดะ ลูกค้าประจำจากร้าน Yoshoku Tanaka ต่อมาทั้งสองได้ยุติการร่วมกิจการกันไป และทานากะได้แยกตัวออกมาเป็นอิสระ จนเกิดเป็น Champion’s Curry แต่หลังจากแยกย้ายกันแล้ว ร้าน Turban Curry ก็ยังคงดำเนินกิจการต่อในย่านใจกลางเมืองคานาซาว่าและได้รับความนิยมจากลูกค้าในย่านนี้ ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของร้าน Go Go Curry (ゴーゴーカレー) อีกด้วย

3. Gold Curry

ถือเป็นตัวแทนของร้านแกงกะหรี่คานาซาว่ารุ่นใหม่ มีเมนูใหม่ ๆ นำเสนอออกมาอย่างต่อเนื่อง เดิมทีร้านนี้เคยเป็นหนึ่งในร้านแฟรนไชส์ของ Champion’s Curry แต่ด้วยสถานการณ์หลายอย่างของเจ้าของเดิม จึงได้แยกตัวออกไปเป็นร้านใหม่ในชื่อ Gold Curry และเป็นร้านแกงกะหรี่คานาซาว่าเจ้าเดียวที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย!

เอกลักษณ์ของแกงกะหรี่คานาซาว่า

น้ำแกงกะหรี่มีความข้น เหนียว

น้ำแกงกะหรี่คานาซาว่าจะมีความข้น เหนียว และสีเข้มกว่าแกงกะหรี่ทั่วไปจากการเคี่ยวส่วนผสมและเครื่องเทศเป็นเวลานาน น้ำแกงกะหรี่คานาซาว่ายังสามารถแบ่งได้เป็นสูตรเก่าและสูตรใหม่ อยู่ที่อุณหภูมิกับเวลาที่ใช้ในการเคี่ยว โดยสูตรเก่าจะเป็นการเคี่ยวในอุณหภูมิสูงรวดเดียว ซึ่งจะให้ความขมลึก ๆ แต่ขาดความเผ็ดร้อน แต่สูตรใหม่จะเป็นการเคี่ยวในอุณหภูมิต่ำกว่าเป็นเวลานานขึ้น ทำให้มีความเผ็ดร้อนจากเครื่องเทศ การใช้สูตรที่ต่างกันทำให้แกงกะหรี่ของแต่ละร้านมีรสชาติต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือจะต้องราดน้ำแกงกะหรี่ให้ทั่วจนมิดข้าว

หมูทอดทงคัตสึและกะหล่ำปลีฝอย

แกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไปโดยพื้นฐานจะมีแค่ข้าวกับแกงกะหรี่ และเพิ่มท็อปปิ้งอื่น ๆ แต่สำหรับแกงกะหรี่คานาซาว่า หมูทอดทงคัตสึและกะหล่ำปลีฝอยถือเป็นมาตรฐานที่จะขาดไม่ได้ การจัดวางหมูทอดทงคัตสึไว้บนแกงกะหรี่ ราดซอส และเคียงด้วยกะหล่ำปลีฝอย เป็นการจัดวางที่ทานากะเอามาจากเมนูเซ็ตหมูทอดทงคัตสึที่เคยเสิร์ฟในร้านอาหารตะวันตก เป็นการผสมผสานข้าวแกงกะหรี่กับหมูทอดทงคัตสึได้อย่างอิ่มท้องลงตัว

จานสแตนเลสทรงเรือ

จานสแตนเลสก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของแกงกะหรี่คานาซาว่า เหตุผลง่าย ๆ ที่เสิร์ฟในจานสแตนเลสเพราะมีความทนทานและแตกยาก ร้านแกงกะหรี่คานาซาว่าจะต้องเสิร์ฟอาหารให้เร็วและเหล่าพนักงานจะต้องเร่งรีบอย่างมาก หากใช้จานเซรามิกก็อาจพลาดตกแตกได้ง่าย ภาชนะจึงมีความสำคัญ ต้องมีความทนทานและใช้งานได้ยาวนาน

ใช้ส้อมในการทาน

ต้นตำหรับของแกงกะหรี่คานาซาว่าจะใช้ส้อมทานเนื่องจากในอดีตจะใช้เนื้อหมูที่นำเข้าจากยุโรปซึ่งมีเนื้อแข็ง การจิ้มด้วยส้อมจะง่ายกว่า นอกจากนี้แกงกะหรี่ยังมีความเหนียวข้นมากจนสามารถทานด้วยส้อมได้ไม่มีปัญหา แต่ก็ใช่ว่าทุกเมนูจะทานด้วยส้อมเสมอไป บางเมนูในร้านก็เสิร์ฟพร้อมช้อนที่เป็นปลายส้อมแทน อีกทั้งเนื้อหมูที่ใช้ในปัจจุบันก็มีคุณภาพสูงและเนื้อนุ่มจนไม่จำเป็นต้องใช้ส้อมในการทาน แต่สไตล์การทานด้วยส้อมก็ยังคงสืบทอดจนเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบัน

วันเวลาผ่านไป บางร้านก็อาจมีการปรับเปลี่ยนไปบ้างบางจุดเพื่อความสะดวกหรือความสวยงาม แต่โดยรวมแล้วแกงกะหรี่คานาซาว่าก็ยังคงเป็นแกงกะหรี่ท้องถิ่นที่ทุกคนชื่นชอบมากว่า 50 ปี ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ใครยังไม่เคยทานก็สามารถไปทานที่ร้าน Gold Curry สาขาใกล้บ้านได้เลยนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก chancurry

AsmarCat

นักเขียนทาสแมวที่คอสเพลย์เป็นงานอดิเรก ชื่นชอบ Pop Culture ของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ดูเมะ ฟังเพลง และ Cafe Hopping มามองญี่ปุ่นในมุมใหม่ ๆ ไปด้วยกันนะคะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า