ถ้าพูดถึงเมนูที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะอาหารญี่ปุ่นในทุก ๆ วัน หลายคนก็คงนึกถึง “ซุปมิโสะ” เป็นอันดับต้น ๆ ใช่ไหมคะ? วัตถุดิบที่ใช้ก็มีไม่เยอะ แทบยังเป็นเมนูอาหารที่ทำง่าย แม้จะมีเวลาเพียงน้อยนิดก็สามารถทำได้ แต่พอจะลงมือทำจริง ๆ แล้วเคยมีคำถามหรือความรู้สึกที่ว่า “ควรใส่อะไรเป็นส่วนผสมถึงจะอร่อย?” หรือ “เผลอใส่เครื่องเยอะเกินไป..รสชาติหนักและไม่กลมกล่อม” กันไหมคะ? แม้ว่าซุปมิโสะจะเป็นเมนูอาหารที่ถึงแม้ว่าจะดูเรียบง่าย แต่ยิ่งเรียบง่ายเท่าไร การเลือกวัตถุดิบก็ยิ่งมีความสำคัญ เพราะไหนจะส่งผลต่อรสชาติ รวมถึงความลงตัวของอาหารด้วย ดังนั้นบทความในครั้งนี้ เราจะมาแนะนำวัตถุดิบที่เหมาะสมสำหรับนำไปใส่ในซุปมิโสะ พร้อมอธิบายเหตุผลของแต่ละวัตถุดิบ เพื่อให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงกันค่ะ
วัตถุดิบที่ควรใส่ในซุปมิโสะอันดับ 1 ได้แก่ ต้นหอมญี่ปุ่น

อย่างแรกที่อยากแนะนำมากเลย คือ “ต้นหอมญี่ปุ่น” เพราะการใส่ต้นหอมญี่ปุ่นลงไปในซุปมิโสะนอกจากจะช่วยเพิ่มทั้งความหอมและความสดชื่นให้กับซุปมิโสะได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังทำให้รสชาติของซุปดูมีมิติและกลมกล่อมมากขึ้นอีกด้วย แม้ว่าซุปมิโสะจะเป็นซุปที่ใส่เครื่องไม่มากนัก แต่แค่มีต้นหอมญี่ปุ่นใส่อยู่ ซุปมิโสะปกติก็จะกลายเป็นซุปมิโสะที่มีความสมบูรณ์แบบและมีรสชาติที่ลงตัวสุด ๆ
วัตถุดิบที่ควรใส่ในซุปมิโสะอันดับ 2 ได้แก่ สาหร่ายวากาเมะ

วัตถุดิบถัดไปที่อยากแนะนำคือ “สาหร่ายวากาเมะ” หรือ “สาหร่ายทะเล” เพราะเจ้าสาหร่ายวากาเมะนี้ถือเป็นตัวช่วยชั้นเยี่ยมที่ช่วยเพิ่มทั้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ รวมไปถึงรสสัมผัสที่นุ่มเด้ง ชวนให้เคี้ยวเพลินแก่ซุปมิโสะนั้นเองค่ะ โดยจุดเด่นของวัตถุดิบชนิดนี้ คือ ไม่กลบรสชาติและกลิ่นหอมของมิโสะ แต่กลับช่วยเสริมให้รสชาติโดยรวมของมิโสะกลับกลมกล่อมยิ่งขึ้น แม้ว่าตัวน้ำซุปดาชิจะมีรสชาติที่อ่อน แต่เมื่อเราใส่สาหร่ายวากาเมะลงไป รสชาติของซุปก็จะเข้ากันและเกิดความลงตัวกันมากขึ้นค่ะ

เคล็ดลับสำคัญที่ต้องระวัง คือ การไม่ต้มสาหร่ายวากาเมะนานจนเกินไปค่ะ เพราะหากเจ้าสาหร่ายวากาเมะโดนความร้อนนานเกินไป กลิ่นหอมของสาหร่ายวากาเมะก็จะจางหายไป เนื้อสัมผัสก็จะนิ่มหรือมีความเละจนไม่น่ารับประทาน ทำให้ความอร่อยลดลงค่ะ
วัตถุดิบที่ควรใส่ในซุปมิโสะอันดับ 3 ได้แก่ อะบุระอาเกะ

อีกหนึ่งวัตถุดิบที่ไม่ควรมองข้าม คือ “อะบุระอาเกะ” หรือ “เต้าหู้ทอดญี่ปุ่น”เพราะอะบุระอาเกะนอกจากจะช่วยเพิ่มทั้งความเข้มข้นของรสชาติของซุปมิโสะแล้ว ยังช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยเฉพาะในวันที่อากาศหนาว เพียงแค่ใส่อะบุระอาเกะลงไป จากซุปมิโสะธรรมดา ๆ ก็จะเปลี่ยนร่างกลายเป็นซุปที่ทั้งอร่อยและรับประทานได้อย่างเต็มอิ่มนั้นเองค่ะ ความหวานหรือความอูมามิจากถั่วเหลืองและไขมันในปริมาณที่พอเหมาะจะค่อย ๆ ละลายออกมาผสมเข้ากันกับน้ำซุป ช่วยสร้างรสชาติที่ลุ่มลึก ซึ่งไม่สามารถหาได้จากน้ำซุปดาชิเพียงอย่างเดียวค่ะ

ทั้งนี้ มีข้อควรระวังอยู่อย่าง คือ ควรนำอะบุระอาเกะไปล้างน้ำมันส่วนเกินออกก่อนนำมาใช้ปรุงหรือใส่ในซุปมิโสะ โดยวิธีการทำก็แสนง่าย คือ เพียงนำอะบุระอาเกะไปราดหรือต้มด้วยน้ำร้อนอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยล้างน้ำมันส่วนเกินออกไปได้ ไหนจะทำให้กลิ่นหอมและรสชาติของมิโสะโดดเด่นขึ้น และยังได้ซุปมิโสะที่กลมกล่อมยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

แม้ว่าซุปมิโสะอาจจะดูเป็นเมนูอาหารที่เรียบง่าย แต่การเลือกวัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุงอย่างเหมาะสมก็จะสามารถยกระดับรสชาติให้ดียิ่งขึ้นได้ เพียงเราเลือกใช้วัตถุดิบทั้ง 3 อย่างที่แนะนำไปปรุงอาหารอย่างถูกวิธี ก็สามารถเปลี่ยนรสชาติของซุปมิโสะธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นเมนูที่หอม อร่อย กลมกล่อม และเหมาะสำหรับรับประทานได้ในทุก ๆ มื้ออาหาร โดยเฉพาะในวันที่อากาศหนาว ๆ เย็น ๆ ที่ร่างกายต้องการอาหารหรือซุปอุ่น ๆ สักถ้วยเพื่อเติมความอบอุ่นให้แก่ร่างกายและจิตใจของเรานั้นเองค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก : news.yahoo