ในวิชาภาษาญี่ปุ่นร่วมสมัยหรือเก็นไดบุน (現代文) ในโรงเรียนมัธยมญี่ปุ่นไม่ว่าจะโรงเรียนรัฐหรือโรงเรียนเอกชน มักจะนำเรื่อง “ซังเก็ตสึคิ” (山月記) ที่แต่งโดย นากาจิมะ อาสึชิ (中島敦) มาให้เรียนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น ๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งชวนให้คิด อีกทั้งยังทิ้งคติสอนใจไว้ให้อีกด้วย ไปดูกันค่ะว่าเด็กมัธยมญี่ปุ่นได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องซังเก็ตสึคินี้บ้าง

ผู้แต่ง นากาจิมะ อาสึชิ

นากาจิมะ อาสึชิ ภาพจาก wikipedia ซังเก็ตสึคิ
นากาจิมะ อาสึชิ
ภาพจาก wikipedia

นากาจิมะ อาสึชิ (中島敦) จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียวและทำงานเป็นอาจารย์ ระหว่างนั้นก็เขียนนิยายไปด้วย ต่อจากนั้น เขาก็เปลี่ยนมาเป็นนักเขียนเต็มตัว โดยจุดเด่นของนิยายของเขาคือการตั้งคำถามและย้อนมองตัวเอง แต่น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตด้วยวัณโรคเมื่อปี 1942 ด้วยวัยเพียง 33 ปี

เรื่องราวโดยสรุป

หน้าปกซังเก็ตสึคิ ภาพจาก amazon ซังเก็ตสึคิ
หน้าปกซังเก็ตสึคิ
ภาพจาก amazon

เรื่องซังเก็ตสึคิ เป็นเรื่องราวของชายที่ชื่อ ริโช (李徴) ในสมัยราชวงศ์ถังของประเทศจีน ริโชเป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่อง สามารถสอบผ่านการสอบสุดหินและกลายเป็นข้าราชการได้ในขณะอายุยังน้อย แต่ด้วยความหลงทะนงตนทำให้เขาไม่สามารถเข้ากับผู้คนรอบข้างได้ จนในที่สุดก็ออกจากการเป็นข้าราชการและมุ่งมั่นที่จะเป็นกวี แต่ทว่า เส้นทางกวีของเขาก็ไม่ได้สวยงามนัก จนสุดท้ายก็ละเลิกและกลับเข้ามาเป็นข้าราชการศักดิ์ต่ำคนหนึ่ง และต้องทำงานโดยรับคำสั่งจากเพื่อนพ้องที่เคยรู้จักกันในสมัยก่อน ริโชสุดจะทนจึงหนีเตลิดเข้าไปในภูเขา จนวันหนึ่งก็พบว่าเขาได้กลายเป็นเสือไปเสียแล้ว

วันหนึ่งเอ็งซัง (袁傪) เพื่อนสนิทของริโชที่สอบผ่านเข้าเป็นข้าราชการได้ด้วยกัน ไปพบริโชที่กลายเป็นเสือไปแล้ว และเกือบถูกเสือนั้นทำร้าย โชคยังดีที่ริโชยังหลงเหลือสติสัมปชัญญะของมนุษย์อยู่บ้าง จึงเอ่ยออกมาว่า “เกือบไปแล้ว” เอ็งซังได้ยินเสียงนั้นก็รู้ทันทีว่าเสือตัวนั้นคือริโช เพื่อนของเขานั่นเอง ริโชได้เล่าเรื่องที่ตนกลายเป็นเสือให้เอ็งซังฟัง และบอกว่าเวลาที่เขายังเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ใกล้จะหมดแล้ว และเวลาที่เขาเป็นเสือร้ายไร้สตินั้นเนินนานขึ้น หากตนกลายเป็นเสือไปเสียทั้งหมดก็คงจะดี จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลแบบนี้ ความเป็นมนุษย์ที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดนั้นทำให้ริโชรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก สุดท้ายก็ได้ฝากกลอนบทหนึ่งไว้กับเอ็งซังเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเขาเองก็เคยเป็นมนุษย์เหมือนกัน

สองเกลอแยกจากกันโดยที่ริโชบอกเอ็งซังไว้ว่า เมื่อไปถึงเนินเขาที่อยู่ห่างจากที่นี่แล้ว ให้หันกลับมามองสภาพอาภัพของตนเอง เพื่อที่จะเตือนสติไม่ให้เอ็งซังต้องมาเดินเส้นทางเดียวกับตน เอ็งซังรับปากและทำตามนั้น และเมื่อเอ็งซังหันกลับไปมองตามที่สัญญาไว้ ก็พบเสือตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ ร้องคำรามสองสามครั้งและหายลับไป

ข้อชวนคิด

จากที่อ่านมาเพื่อน ๆ คิดว่าทำไมริโชถึงได้กลายเป็นเสือไปคะ เรื่องนี้คงไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว แต่ส่วนมากแล้วที่โรงเรียนมักจะวิเคราะห์ได้ว่า เพราะริโชเป็นคนทะนงตน รักในศักดิ์ศรี และกลัวการเจ็บปวด กลัวการถูกตำหนิ อีกทั้งเขายังเป็นคนขี้อายที่ไม่กล้าเข้าหาผู้คน และสร้างเกราะกำบังที่เรียกว่าความหยิ่งพยองขึ้นมาเพื่อถอยห่างจากคนรอบข้าง นั่นทำให้เขากลายเป็นคนโดดเดี่ยวและคิดถึงแต่ตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นมุมของสัตว์ร้ายในตัวเขานั่นเอง เพื่อน ๆ อ่านแล้วลองคิดตามดู ถ้ามีความเห็นอย่างอื่นก็มาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ

สรุปเนื้อหาจาก : jun-bungaku
เรียบเรียงโดย: monaka

conomin

conomin คือกลุ่มนักเขียนใหม่ของ conomi ที่คอยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น เพื่อคนรักญี่ปุ่น จากปลายปากกาคนรักญี่ปุ่นด้วยกัน

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า