เมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึง บ๊วยดอง (อุเมะโบชิ) ที่มักปรากฏอยู่ในข้าวปั้น เบนโตะ หรือเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ พร้อมรสชาติเปรี้ยวเค็มอันเป็นเอกลักษณ์ แต่เบื้องหลังผลบ๊วยลูกเล็ก ๆ นี้ กลับซ่อนประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เกี่ยวข้องทั้งกับการแพทย์ การถนอมอาหาร สงคราม และวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นมาตลอดหลายศตวรรษ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันบ๊วยดองจะกลายเป็นหนึ่งในอาหารที่สะท้อนเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น แต่ต้นกำเนิดที่แท้จริงกลับเริ่มต้นขึ้นในประเทศจีน ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นอาหารที่อยู่คู่กับครัวเรือนญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้

ย้อนรอยต้นกำเนิดบ๊วยดอง จากยาสมุนไพรโบราณสู่ครัวญี่ปุ่น

บ๊วยดอง (อุเมะโบชิ)

ต้นบ๊วยมีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณพื้นที่สูงของมณฑลหูเป่ย์และมณฑลเสฉวน ประเทศจีน โดยเมื่อราว 1,500 ปีก่อน ชาวจีนรู้จักนำผลบ๊วยอ่อนมารมควันและตากแห้งจนกลายเป็น “อู่เหมย” ซึ่งถือเป็นต้นแบบของบ๊วยดองในปัจจุบัน

อู่เหมยในยุคนั้นไม่ได้ทำขึ้นเพื่อรับประทานเป็นอาหาร แต่ถูกใช้เป็นสมุนไพรสำหรับลดไข้ บรรเทาอาการท้องเสีย ล้างพิษ และรักษาบาดแผล จึงนับเป็นยาพื้นบ้านที่มีความสำคัญในแพทย์แผนโบราณของจีน

ต่อมาคณะทูตญี่ปุ่นที่เดินทางไปศึกษาวัฒนธรรมจากราชวงศ์ถังได้นำอู่เหมยและต้นบ๊วยกลับมายังญี่ปุ่น ช่วงแรกต้นบ๊วยถูกปลูกเพื่อชื่นชมดอกอันงดงาม แต่เมื่อผู้คนเริ่มรู้จักคุณสมบัติของผลบ๊วย จึงนำมาดองเกลือเพื่อถนอมอาหาร และพัฒนาเป็นบ๊วยดองในแบบญี่ปุ่น

หลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าบ๊วยดองถูกใช้ในญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ คือการปรากฏอยู่ใน “อิชินโป” ตำราแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งจัดทำขึ้นในสมัยเฮอัน แสดงให้เห็นว่าในเวลานั้นบ๊วยดองถูกมองเป็น “ยา” มากกว่าอาหาร

จากเสบียงในสนามรบ สู่รสชาติที่อยู่คู่ครัวญี่ปุ่น

เมื่อเข้าสู่สมัยนารา ผู้คนเริ่มนำผลบ๊วยมาดองเกลือเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาสำคัญในยุคที่ยังไม่มีระบบทำความเย็น ต่อมาในสมัยคามาคุระ บ๊วยดองเริ่มมีบทบาทในฐานะเสบียงของกองทัพ เนื่องจากเก็บรักษาได้นาน พกพาสะดวก และเชื่อว่าช่วยป้องกันการเน่าเสียของอาหาร รัฐบาลทหารจึงนำบ๊วยดองพร้อมข้าวปั้นแจกจ่ายให้ทหารระหว่างการศึก

ในยุคเซ็งโงกุหรือยุคสงครามกลางเมือง บ๊วยดองกลายเป็นสิ่งที่ซามูไรแทบทุกคนพกติดตัว โดยนิยมทำเป็น “เม็ดบ๊วยดอง” เพื่อรับประทานยามอ่อนล้า กระตุ้นการหลั่งน้ำลายระหว่างการเดินทัพ และใช้เป็นยาฉุกเฉินตามความเชื่อในสมัยนั้น

เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ความสงบในสมัยเอโดะ บ๊วยดองจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในราชสำนักหรือกองทัพอีกต่อไป แต่เริ่มแพร่หลายสู่ประชาชนทั่วไป มีการผลิตเพื่อจำหน่ายในตลาด และเกิดสูตรใหม่ ๆ เช่น บ๊วยดองใบชิโสะ บ๊วยเชื่อมหวาน รวมถึงการพัฒนาสารสกัดจากบ๊วย ทำให้บ๊วยดองกลายเป็นอาหารประจำครัวของชาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

บ๊วยดองไม่ได้เป็นเพียงเครื่องเคียง แต่คือวิถีชีวิตญี่ปุ่น

บ๊วยดอง (อุเมะโบชิ)

ปัจจุบัน บ๊วยดองยังคงเป็นหนึ่งในอาหารที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นไส้ข้าวปั้น เครื่องเคียงในเบนโตะ หรือส่วนผสมของเมนูต่าง ๆ นอกจากนี้ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวบ๊วยของทุกปี หลายครอบครัวยังคงสืบสานธรรมเนียมการทำบ๊วยดอง น้ำบ๊วย และเหล้าบ๊วยภายในบ้าน

ญี่ปุ่นมีบ๊วยหลายร้อยสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ คิชูนันโคอุเมะ จากจังหวัดวากายามะ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตบ๊วยมากกว่าร้อยละ 60 ของทั้งประเทศ ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ ผลใหญ่ เปลือกบาง เนื้อนุ่ม และเมล็ดเล็ก จึงเหมาะสำหรับการนำมาดอง

ทุกวันนี้ บ๊วยดองยังคงได้รับความนิยมไม่ใช่แค่เพราะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นหลายคนนึกถึงเมื่อต้องการดูแลสุขภาพ เพราะบ๊วยดองมีกรดซิตริกตามธรรมชาติ และมีความเชื่อสืบทอดกันมาว่าช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและคลายความเหนื่อยล้า จึงไม่น่าแปลกใจที่บ๊วยดองจะอยู่คู่กับอาหารญี่ปุ่นมาหลายร้อยปี

นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นยังมีคำกล่าวว่า “กินบ๊วยหนึ่งเม็ด แล้ววันนั้นจะผ่านพ้นเคราะห์ร้าย” แม้จะเป็นคำกล่าวตามความเชื่อ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าบ๊วยดองไม่ได้เป็นเพียงอาหารเท่านั้น หากยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน

บ๊วยดอง (อุเมะโบชิ)

หากมองเพียงภายนอก บ๊วยดองอาจเป็นเพียงผลไม้ดองลูกเล็ก ๆ ที่มีรสเปรี้ยวจัด แต่เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์ จะพบว่าเบื้องหลังรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นั้น คือเรื่องราวของการเดินทางข้ามวัฒนธรรม การแพทย์โบราณ ภูมิปัญญาการถนอมอาหาร และวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่สืบทอดต่อกันมาหลายศตวรรษ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้บ๊วยดองยังคงเป็นมากกว่าอาหาร แต่เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่บนโต๊ะอาหารของชาวญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน

สรุปเนื้อหาจาก: Kumaheinoume

Saruko-chan

เล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับญี่ปุ่น นำเสนอเสน่ห์ของญี่ปุ่นให้ทุกคนได้เห็นในหลากหลายแง่มุม

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า