เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น ทุกคนอาจจะเคยเห็น “ตุ๊กตาทานุกิ” ตัวอ้วนกลม หน้าตาน่ารัก สวมหมวกฟาง ถือขวดสาเก ตั้งอยู่ตามหน้าร้านค้าต่าง ๆ แต่รู้ไหมคะว่าตุ๊กตาทานุกิแบบนี้เรียกว่า “ตุ๊กตาทานุกิชิงารากิยากิ” ทำจากแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาชิงารากิยากิที่มีชื่อเสียงมากของญี่ปุ่น! วันนี้เราจะพาไปรู้จักเครื่องปั้นดินเผาชิงารากิยากิ พร้อมไขข้อสงสัยกันว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงนิยมตั้งตุ๊กตาทานุกิแบบนี้ไว้ที่หน้าร้านค้า

รู้จักเครื่องปั้นดินเผาชิงารากิยากิ (信楽焼 : shigaraki yaki)

Marumata Gama (丸又窯跡) โบราณสถานเตาเผาขนาดยักษ์ในเมืองโคกะ ย่านชิงารากิ จังหวัดชิงะ

ชิงารากิยากิ (信楽焼 : shigaraki yaki) คือเครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตขึ้นในบริเวณเมืองชิงารากิ จังหวัดชิงะ ซึ่งเมืองนี้ถือเป็นหนึ่งใน 6 แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณที่สำคัญของญี่ปุ่น (日本六古窯 : nihon rokkokoyou) โดยเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ยุคเท็มเปียว (ปลายสมัยนารา)

6 แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณที่สำคัญของญี่ปุ่น (日本六古窯 : nihon rokkokoyou) คือ 6 แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณที่สืบทอดการผลิตตั้งแต่ยุคกลางมาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ เอจิเซ็น จังหวัดฟุกุอิ, เซโตะ จังหวัดไอจิ, โทโคนาเมะ จังหวัดไอจิ, ชิงารากิ จังหวัดชิกะ, ทัมบะ จังหวัดเฮียวโงะ และ บิเซ็น จังหวัดโอกายามะ

ในช่วงสมัยอาซุจิ–โมโมยามะเป็นยุคที่วัฒนธรรมการดื่มชาเฟื่องฟูมาก เครื่องปั้นดินเผาชิงารากิยากิก็ถูกนำมาใช้ทำอุปกรณ์สำหรับพิธีชงชาและภาชนะต่าง ๆ โดยเป็นชิ้นงานที่มุ่งถ่ายทอดความงามแบบเป็นธรรมชาติในแนวคิดวาบิซาบิ ซึ่งจะให้คุณค่ากับความไม่สมบูรณ์แบบ และยังคงได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

เครื่องปั้นดินเผาชิงารากิยากิมีจุดเด่นคือทนความร้อนได้ดีและมีเนื้อดินค่อนข้างหยาบ ในอดีตบริเวณนี้เคยมีทะเลสาบโบราณซึ่งเป็นต้นกำเนิดของทะเลสาบบิวะ ก้นทะเลสาบจะมีชั้นดินที่เกิดจากการสะสมของตะกอนและซากพืชซากสัตว์ เมื่อเวลาผ่านไป เศษดินทรายจากการผุพังของหินแกรนิตและหินไรโอไลต์ได้ไหลเข้ามาสะสม จนเกิดเป็นดินเหนียวที่มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับนำมาทำเครื่องปั้นดินเผา

เมื่อผ่านการเผา เนื้อดินจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดงอ่อน ๆ และรอยไหม้บนพื้นผิวก็เป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากแหล่งผลิตอื่น ทำให้ได้เครื่องปั้นดินเผาที่ดูนุ่มนวล อบอุ่น และเป็นธรรมชาติ พื้นผิวและสัมผัสของเนื้อดินอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจำนวนมาก จนในปี 1976 เครื่องปั้นดินเผาชิงารากิยากิก็ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ปัจจุบันถูกนำไปใช้หลากหลาย ตั้งแต่แจกัน ภาชนะใส่อาหาร และของประดับตกแต่ง ไปจนถึงกระเบื้อง โดยสามารถพบเห็นได้ทั้งในบ้านและงานตกแต่งภายใน

จากเครื่องปั้นดินเผา สู่ตุ๊กตาทานุกิ

ต้นกำเนิดของตุ๊กตาทานุกิชิงารากิยากิ คือ ฟุจิวาระ เท็ตสึโซ (藤原銕造) ศิลปินช่างปั้นเครื่องปั้นดินเผาผู้ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งตุ๊กตาทานุกิชิงารากิยากิ” ย้อนกลับไปช่วงต้นสมัยเมจิ ในวัยเด็กเขาฝึกงานเป็นช่างปั้นอยู่ที่เกียวโต ว่ากันว่าในคืนพระจันทร์เต็มดวงคืนหนึ่ง เขาได้เห็นตัวทานุกิออกมานอนตีพุงเล่น และรู้สึกหลงใหลในความน่ารักน่าเอ็นดูของมัน จึงตั้งใจว่าจะนำภาพของทานุกินั้นมาถ่ายทอดผ่านเครื่องปั้นดินเผาให้ได้

ต่อมาในสมัยโชวะ ช่วงปี 1935 เขาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองชิงารากิ จังหวัดชิงะ และเปิดร้านเครื่องปั้นดินเผาในชื่อ “ทานุกิยะ” (たぬきや) โดยเป็นร้านที่เชี่ยวชาญในการผลิตตุ๊กตาทานุกิโดยเฉพาะ เขาได้ริเริ่มสร้างสรรค์ตุ๊กตาทานุกิอย่างจริงจัง เปลี่ยนภาพลักษณ์ของสัตว์เจ้าเล่ห์ ขี้แกล้ง ให้กลายเป็นสัตว์ที่อ้วนกลม น่ารัก หน้าตาเป็นมิตร มีจุดเด่นคือสวมหมวกฟางใบใหญ่ ถือขวดสาเกและสมุดบัญชี จนกลายเป็นรูปแบบของ “มงคล 8 ประการ”

ตุ๊กตาทานุกิของเขาได้รับความนิยมมานาน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1951 มีเรื่องเล่าว่าเมื่อจักรพรรดิโชวะเสด็จเยือนเมืองชิงารากิ มีการนำตุ๊กตาทานุกิชิงารากิยากิจำนวนมากมาตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทาง โดยให้แต่ละตัวถือธงชาติญี่ปุ่นขนาดเล็กเพื่อต้อนรับพระองค์ เมื่อทอดพระเนตรเห็นภาพตุ๊กตาทานุกิเรียงรายตลอดเส้นทาง พระองค์รู้สึกประทับใจอย่างมากถึงกับแต่งบทกวีเอาไว้ เหตุการณ์นี้ปลุกให้เกิดกระแสฟีเวอร์ ร้านค้าต่างพากันซื้อตุ๊กตาทานุกิชิงารากิยากิไปวางหน้าร้านเพื่อเป็นสิริมงคลและนำโชคลาภ กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดภาพจำว่า “ชิงารากิ = ทานุกิ” และแพร่หลายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น

ตุ๊กตาทานุกิในฐานะมงคล 8 ประการ

คำว่าทานุกิ (たぬき) สามารถเล่นคำโดยตีความเป็น 他 (た) ที่หมายถึงผู้อื่น และ 抜き (ぬき) ที่สื่อถึงแซงหน้า, เอาชนะ จึงสามารถสื่อความหมายว่า “เหนือกว่าผู้อื่น” หรือ “เอาชนะคู่แข่ง” ตุ๊กตาทานุกิจึงถูกมองว่าเป็นของมงคลที่ช่วยเสริมเรื่องการค้าขายและกิจการเจริญรุ่งเรือง และมีธรรมเนียมตั้งตุ๊กตาทานุกิไว้หน้าร้านค้ามาตั้งแต่อดีต

นอกจากนี้ ตุ๊กตาทานุกิชิงารากิยากิยังสื่อถึง “มงคล 8 ประการ” (八相縁起 : hassou engi) ผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ บนตัวตุ๊กตา ดังนี้

  1. หมวกฟางใบใหญ่ : การเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อป้องกันภัยจากเหตุไม่คาดคิด
  2. ดวงตากลมโต : ความรอบคอบ มองการณ์ไกล ใส่ใจรอบข้าง และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
  3. ใบหน้ายิ้มแย้ม : ความอัธยาศัยดี มีไมตรีและจริงใจต่อลูกค้า เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในการค้าขาย
  4. ขวดสาเก : การมุ่งสร้างคุณธรรมให้ตนเอง ส่งผลให้มีกินมีใช้ไม่ขัดสน
  5. สมุดบัญชี : ความซื่อสัตย์และน่าเชื่อถือ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจและการดำเนินชีวิต
  6. ท้องที่ใหญ่โต : ความสุขุมและความกล้าหาญ มีความหนักแน่น ใจเย็น แต่กล้าตัดสินใจในเรื่องใหญ่
  7. ถุงเงินใบใหญ่ (อัณฑะ) : โชคลาภทางการเงิน ความมั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมา ใช้จ่ายคล่องตัว
  8. หางหนาและอวบอ้วน : ความมั่นคงและความสำเร็จในตอนท้าย ทำสิ่งใดก็สำเร็จลุล่วงราบรื่น

ตุ๊กตาทานุกิจึงไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่งหรือของมงคล แต่ยังแฝงไว้ด้วยคำสอน 8 ประการที่เตือนใจให้คนเรานำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน โดยถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ของตุ๊กตาทานุกิ ใครเคยพบเห็นหรือถ่ายภาพน้องทานุกิตามหน้าร้านค้าต่าง ๆ ไว้ เอามาแชร์กันได้น้าา

สรุปเนื้อหาจาก madeinlocal

AsmarCat

นักเขียนทาสแมวที่คอสเพลย์เป็นงานอดิเรก ชื่นชอบ Pop Culture ของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ดูเมะ ฟังเพลง และ Cafe Hopping มามองญี่ปุ่นในมุมใหม่ ๆ ไปด้วยกันนะคะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า