สำหรับคนรักอาหารญี่ปุ่นก็ต้องรู้จักและคุ้นเคยกับ ซอสพอนสึ (ポン酢) อีกหนึ่งซอสปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่นที่มีรสเปรี้ยวสดชื่น เค็มหวานกลมกล่อมลงตัว นำไปทานกับอาหารได้หลากหลายทั้งหม้อไฟ ซาชิมิ ปลาย่าง บะหมี่เย็น ผสมในซอสเกี๊ยวซ่า ผสมในน้ำสลัด หรือหมักเนื้อ กลิ่นหอมและรสเปรี้ยวช่วยขับรสชาติของอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยยิ่งขึ้น แต่ทุกคนเคยสงสัยไหมคะว่าคำว่า “พอน” ในชื่อซอสหมายถึงอะไร? เราจะมาอธิบายถึงที่มาของซอสนี้ในทางประวัติศาสตร์แบบพอสังเขปกันค่ะ

ในสมัยเอโดะ ประเทศตะวันตกเพียงประเทศเดียวที่มีการติดต่อค้าขายอย่างเป็นทางการกับญี่ปุ่นคือฮอลแลนด์ ความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์จากตะวันตกค่อย ๆ หลั่งไหลเข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านเกาะเดจิมะในนางาซากิ จนแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในหมู่ปัญญาชนและแพทย์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น คำต่างประเทศหลายคำก็เริ่มซึมซับเข้าสู่ภาษาญี่ปุ่นและยังคงใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น ガラス (garasu : แก้ว), コーヒー (ko-hi- : กาแฟ), ビードロ (bi-doro : vidro) คำว่า ポンス (ponsu) ก็เช่นกัน

เดิมที ポンス (ponsu) มาจากคำว่า “pons” ในภาษาดัตช์ สิ่งนี้เข้ามาในญี่ปุ่นในช่วงสมัยเอโดะ โดยในช่วงแรกหมายถึงค็อกเทล น้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอลล์ แต่ต่อมาก็หมายถึงเพียงแค่ตัวน้ำผลไม้ที่ใช้ทำค็อกเทล ในอดีตน้ำผลไม้ไม่สามารถเก็บรักษาได้นาน จึงมีการเติมน้ำส้มสายชูลงไปเพื่อรักษาน้ำผลไม้ให้อยู่ได้นานขึ้น รสเปรี้ยวของ ponsu สร้างความประทับใจและความชื่นชอบอย่างมากให้กับชาวญี่ปุ่น ต่อมาจึงเปลี่ยนวิธีเขียนโดยเขียน su ตัวท้ายด้วยคันจิ 酢 ที่แปลว่าน้ำส้มสายชู เป็น ポン酢 และกลายมาเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้ผสมกับโชยุอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน
pons → ポンス → ポン酢
เพียงแค่ขวดเครื่องปรุงเล็ก ๆ จากตู้เย็นก็ยังซ่อนวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ ปัจจุบันซอสพอนสึได้รับการพัฒนาดัดแปลงมากมายหลายสูตรให้เหมาะกับอาหารแต่ละชนิด ทั้งสูตรสำหรับซาชิมิ สูตรสำหรับราดข้าว หรือสูตรสำหรับหมักเนื้อ ผสมกับกระเทียมสับ พริก หรือต้นหอมซอย เพื่อให้มีรสชาติกลมกล่อมขึ้น หากใครมีสูตรปรุงซอสพอนสึให้อร่อยในสไตล์ของตนเองก็มาแชร์กันได้น้าา
สรุปเนื้อหาจาก mag.japaaan