พูดถึง จังหวัดคางาว่า หลายคนอาจนึกถึงของอร่อยขึ้นชื่ออย่างซานุกิอุด้ง แม้จะเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เล็กที่สุดของญี่ปุ่น แต่กลับอัดแน่นไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งธรรมชาติอันงดงาม จุดเช็กอินสายอาร์ต และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ทำให้เที่ยวได้หลากหลายสไตล์ในที่เดียว วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักเสน่ห์ของจังหวัดคางาว่าแบบจัดเต็ม ไปดูกันค่ะว่าจังหวัดเล็ก ๆ บนเกาะชิโกกุแห่งนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง
จังหวัดคางาวะ

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดคางาว่ากันก่อนนะคะ
1. ที่ตั้งของจังหวัด
จังหวัดคางาว่าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคชิโกกุ ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับจังหวัดโทคุชิม่า ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดเอฮิเมะ และทิศเหนือติดทะเลโดยมีสะพานเซโตะโอฮาชิเชื่อมต่อไปยังจังหวัดโอคายาม่า
2. ที่มาของชื่อจังหวัด
ว่ากันว่าชื่อ “คางาว่า” (香川) มีที่มาจากคำว่า “แม่น้ำแห่งกลิ่นหอม” (香の川) ตามหนังสือ Zensanshi (全讃史) ที่เขียนโดยนากายามะ โจซัง เมื่อปี 1828 เล่าว่าลึกเข้าไปในภูเขาของคางาวะ ในพื้นที่ที่เรียกว่าคาบะกาวะ (樺川) มีต้นเบิร์ชขึ้นอยู่ กลิ่นหอมของต้นเบิร์ชได้ลอยอบอวบไปกับสายน้ำที่ไหลผ่าน จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “คางาว่า” นั่นเอง
วัฒนธรรมของจังหวัดคางาว่า

ต่อไป เราไปรู้จักวัฒนธรรมที่โดดเด่นของจังหวัดคางาว่ากันค่ะ
จังหวัดแห่งศิลปะ (アート県)
คางาว่าเป็นที่รู้จักในฐานะ “จังหวัดแห่งศิลปะ” โดยมีงานอีเวนต์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเทศกาลศิลปะนานาชาติเซโตะอุจิ (瀬戸内国際芸術祭) เป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่จัดขึ้นบนหมู่เกาะต่าง ๆ ในทะเลเซโตะในและพื้นที่ชายฝั่งรวม 17 แห่ง โดยจะจัดขึ้นทุก 3 ปีและใช้เวลาจัดงานประมาณ 100 วัน นอกจากนี้ เกาะนาโอชิมะยังได้รับการขนานนามว่าเป็นพื้นที่แห่งศิลปะร่วมสมัย ดึงดูดผู้คนจากทั้งในและต่างประเทศ สถานที่ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Benesse House และ Chichu Art Museum ซึ่งออกแบบโดยอันโด ทาดาโอะ สถาปนิกระดับโลก รวมถึงผลงานศิลปะฟักทองลายจุดอย่าง Red Pumpkin (赤かぼちゃ) และ Pumpkin (南瓜) ของศิลปิน คุซามะ ยาโยอิ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเกาะแห่งนี้
พัดอุจิวะมารุงาเมะ (丸亀うちわ)
พัดอุจิวะมารุงาเมะ เริ่มผลิตขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะเพื่อเป็นของฝากสำหรับผู้ที่เดินทางไปสักการะศาลเจ้าโคโตฮิระ ต่อมาในช่วงปีเท็นเม (1781 – 1789) ทางแคว้นมารุงาเมะได้ส่งเสริมให้ซามูไรระดับล่างทำพัดเป็นอาชีพเสริม จนพัฒนากลายเป็นอุตสาหกรรมท้องถิ่นของมารุงาเมะ จุดเด่นของพัดอุจิวะมารุงาเมะคือตัวด้ามและซี่พัดทำจากไม้ไผ่เพียงลำเดียว และต้องผ่านกระบวนการถึง 47 ขั้นตอนกว่าจะได้พัด 1 เล่ม ในปี 1997 ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมของชาติ
มะกอก (オリーブ)
เกาะโชโดชิมะเป็นแหล่งกำเนิดของการปลูกมะกอกในประเทศญี่ปุ่น โดยภายในสวนมะกอกโชโดชิมะยังคงมีต้นมะกอกที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นซึ่งมีอายุเกือบ 100 ปีหลงเหลืออยู่ เหตุผลที่เกาะโชโดชิมะประสบความสำเร็จในการปลูกมะกอกนั้นเชื่อกันว่าเป็นเพราะมีสภาพอากาศอบอุ่นและฝนตกน้อย คล้ายกับแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มะกอกยังเป็นทั้งต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัดคางาว่า โดยตราสัญลักษณ์ของจังหวัดก็ได้รับการออกแบบให้มีใบมะกอกเป็นองค์ประกอบ นอกจากนี้ ทุกปีในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวมะกอก บนเกาะโชโดชิมะยังมีการจัดเทศกาลเก็บเกี่ยวมะกอกประจำปีอีกด้วย
นาเกลือแบบอิริฮามะ (入浜式の塩づくり)
ตั้งแต่สมัยเอโดะ เมืองอุตาซึมีการผลิตเกลือด้วยวิธีที่เรียกว่า “นาเกลือแบบอิริฮามะ” (入浜式塩田) อย่างแพร่หลายจนเคยมีปริมาณการผลิตเกลือมากที่สุดในญี่ปุ่นและได้รับสมญานามว่า “เมืองแห่งเกลือ” ในปี 1972 นาเกลือทั้งหมดได้ถูกยกเลิก แต่ก็มีการสร้างนาเกลือขึ้นใหม่ที่อุตาซึอุมิโฮตารุ (うたづ海ホタル) เพื่อสืบสานภูมิปัญญาดั้งเดิม และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาทดลองทำเกลือด้วยวิธีแบบโบราณที่สืบทอดกันมา
วัฒนธรรมอาหารและของขึ้นชื่อของจังหวัดคางาว่า

ต่อไป เราไปรู้จักวัฒนธรรมอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดคางาว่ากันค่ะ
ซานุกิอุด้ง (讃岐うどん)
ซานุกิอุด้งเป็นอาหารท้องถิ่นของจังหวัดคางาว่าที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นคือเส้นอุด้งที่เหนียวนุ่มหนึบและมีผิวลื่น ในการทำซานุกิอุด้งจะมีขั้นตอนที่ใช้เท้าเหยียบแป้ง ทำให้เส้นอุด้งมีความเหนียวและยืดหยุ่นได้ดี ในจังหวัดคางาวะมีร้านอุด้งแบบบริการตัวเองอยู่หลายแห่ง อีกทั้งราคาก็ไม่แพง นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงพากันมาตระเวนชิมอุด้งตามร้านต่าง ๆ โดยเฉพาะ
ไก่อบติดกระดูก (骨付鳥)
ไก่อบติดกระดูกเป็นอาหารท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดจากเมืองมารุงาเมะ โดยจะนำน่องไก่ติดสะโพกชิ้นโตมาปรุงรสด้วยเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมของกระเทียม แล้วนำไปอบอย่างช้า ๆ จนสุกได้ที่ จุดเด่นคือหนังไก่ที่กรอบและหอม ส่วนเนื้อด้านในยังคงฉ่ำและรสชาติอร่อยเข้มข้น หากใครอยากลองทานเมนูนี้ ในกรุงเทพก็สามารถไปทานได้ที่ร้าน Minami สาขา Warehouse 26 และสาขาอารีย์
โชโดชิมะโซเมน (小豆島そうめん)
โชโดชิมะโซเมนเป็นหนึ่งใน 3 โซเมนชื่อดังของญี่ปุ่น เป็นโซเมนแบบทำมือที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี โดยมีจุดเด่นคือการใช้น้ำมันงาของบริษัทคาโดยะในขั้นตอนการผลิต ทำให้เส้นมีความนุ่มลื่น นอกจากนี้ บนเกาะโชโดชิมะซึ่งขึ้นชื่อเรื่องมะกอก ยังมีโซเมนมะกอกที่จะนำมะกอกมาผสมลงในเส้นอีกด้วย
ปิปปิเมชิ (ぴっぴ飯)
ปิปปิเมชิเป็นอาหารท้องถิ่นของเมืองซากาอิเดะ โดยจะนำข้าวมาผัดกับอุด้งที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พร้อมหัวไชโป้วหรือผักที่มีอยู่ในตู้เย็น เนื่องจากเมืองซากาอิเดะมีโรงงานผลิตเส้นอุด้งจำนวนมาก ในช่วงสมัยโชวะ หากซื้ออุด้งมาแล้วเหลือเยอะก็มักจะนำมาทำเมนูนี้ คำว่าปิปปิ เป็นคำที่เด็กเล็กใช้เรียกอุด้ง ในจังหวัดคางาวะก็ยังคงใช้คำนี้มาจนถึงปัจจุบัน
อันโมจิโซนิ (あんもち雑煮)
อันโมจิโซนิเป็นอาหารท้องถิ่นของแถบซานุกิในจังหวัดคางาว่า นิยมทานในช่วงวันขึ้นปีใหม่ ตัวซุปทำจากมิโซะขาว ใส่เครื่องเป็นโมจิทรงกลมสอดไส้ถั่วแดงกวน พร้อมด้วยหัวไชเท้าและแครอท ในสมัยเอโดะ น้ำตาลทรายขาวจากแคว้นซานุกิถือเป็นหนึ่งในสินค้าขึ้นชื่อ แต่เนื่องจากน้ำตาลเป็นของมีค่าราคาแพง คนทั่วไปจึงแทบไม่มีโอกาสได้ทานในชีวิตประจำวัน เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิ ผู้คนก็เกิดความคิดว่า “อย่างน้อยในวันปีใหม่ปีละครั้ง ก็อยากกินอาหารที่ใส่น้ำตาลบ้าง” จึงเป็นที่มาของเมนูปีใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดคางาว่า
ประเพณีและเทศกาลสำคัญของจังหวัดคางาว่า

ต่อไป เราไปรู้จักประเพณีและเทศกาลที่สืบทอดกันมาในจังหวัดคางาว่ากันค่ะ
เทศกาลซานุกิทาคามัตสึ (さぬき高松まつり)
เทศกาลซานุกิทาคามัตสึเป็นเทศกาลฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดคางาว่า จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 12 – 14 สิงหาคม ณ เมืองทาคามัตสึ ได้รับการยกย่องให้เป็น “หนึ่งในสี่เทศกาลใหญ่ของภูมิภาคชิโกกุ” ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานเป็นจำนวนมากในทุกปี ไฮไลต์ของงานคือการเต้นรำกลุ่มซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ อิจิเก็นโฮโซเร็น (一元放送連) กลุ่มที่เต้นตามเพลงประจำเทศกาลซึ่งดัดแปลงมาจากเพลงพื้นบ้านให้มีความร่วมสมัย และจิยูเร็น (自由連) กลุ่มที่สามารถเลือกเพลงและออกแบบท่าเต้นเองได้อย่างอิสระ
เทศกาลประจำปีของศาลเจ้าโคโตฮิระกู (金刀比羅宮例大祭)
ศาลเจ้าโคโตฮิระกูหรือที่ผู้คนนิยมเรียกกันว่าคมปิระซัง จะมีการจัดเทศกาลประจำปีของศาลเจ้าโคโตฮิระกู ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคมของทุกปี โดยในวันที่ 10 ตุลาคมซึ่งเป็นวันที่เชื่อกันว่าเทพเจ้าคมปิระจะเสด็จลงมาจากภูเขาโคโตฮิระ จะมีพิธีที่เรียกว่าโอซางาริ (お下がり) โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่างขบวนแห่มิโคชิ ขบวนแห่ที่มีผู้ร่วมขบวนราว 600 คน เคลื่อนจากศาลเจ้าหลักเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรไปยังสถานที่ประทับชั่วคราวของเทพเจ้า ถือเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดคางาว่า
สถาปัตยกรรมและมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดคางาว่า

ต่อไป เราไปรู้จักสถาปัตยกรรมและมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดคางาว่ากันค่ะ
1. ศาลเจ้าโคโตฮิระกู

ศาลเจ้าโคโตฮิระกู (金刀比羅宮) หรือที่ผู้คนเรียกกันมาตั้งแต่อดีตว่าคมปิระซัง เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บริเวณกลางภูเขาโซซุ ได้รับการสักการะในฐานะเทพผู้คุ้มครองการเดินเรือและความปลอดภัยทางทะเล จากทางขึ้นศาลเจ้าจนถึงอาคารหลักจะต้องขึ้นบันไดหินจำนวน 785 ขั้น และหากขึ้นไปถึงศาลเจ้าชั้นในจะรวมทั้งหมด 1,368 ขั้น ตลอดสองข้างทางยังมีคาเฟ่และร้านอาหารมากมาย สามารถแวะพักได้ตลอดทาง เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2024 อาคารรวม 12 หลังรวมถึงอาคารหลักและอาคารสำหรับทำพิธีบูชา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติญี่ปุ่น
2. ศาลเจ้าคันดานิ

อาคารหลักของ ศาลเจ้าคันดานิ (神谷神社) ตั้งอยู่ในเมืองซากาอิเดะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่นในฐานะศาลเจ้าที่สร้างแบบ “ซังเก็นฉะ นางาเระสึคุริ” (三間社流造) ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของศาลเจ้าชินโต ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นช่วงต้นสมัยคามาคุระในปี 1219 ถือเป็นศาลเจ้าแบบนางาเระสึคุริที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่โดยมีปีที่ก่อสร้างปรากฏหลักฐานชัดเจน นอกจากนี้ ภายในศาลเจ้ายังมีประติมากรรมรูปปั้นไม้ซุอิจิน (木造随身立像) ซึ่งหาพบได้ค่อนข้างยากในระดับประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ
3. พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคิน (マルキン醤油記念館)
พิพิธภัณฑ์โชยุมารุคินเป็นอาคารสไตล์ “กัชโชสึคุริ” (合掌造り) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมบ้านญี่ปุ่นโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในช่วงต้นสมัยไทโช และเมื่อปี 1996 ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของชาติ ภายในจัดแสดงประวัติความเป็นมาของการผลิตโชยุ รวมถึงขั้นตอนการทำและอุปกรณ์โบราณ จุดเด่นคืออุโมงค์ที่ทำจากถังไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นถังหมักโชยุที่เคยใช้งานจริง นำมาเจาะแล้วทำทางเดินให้ผู้เข้าชมสามารถเดินลอดผ่านได้ ในส่วนของโรงงานเปิดให้ชมกระบวนการคั้นโชยุด้วยเครื่องจักร และยังมีกิจกรรมทดลองคั้นโชยุด้วยตัวเองพร้อมชิมโชยุสดที่เพิ่งคั้นเสร็จใหม่ ๆ และห้ามพลาดเมนูขึ้นชื่ออย่างไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟรสโชยุที่มีรสหวานเค็มเป็นเอกลักษณ์
4. โรงละครเก่าคมปิระ หรือคานามารุสะ (旧金比羅大芝居「金丸座」)
โรงละครเก่าคมปิระหรือที่รู้จักกันในชื่อคานามารุสะ เป็นโรงละครคาบูกิที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ สร้างขึ้นในปี 1835 ชื่อคานามารุสะ เริ่มใช้ในปี 1900 และต่อมาในปี 1970 ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติในชื่อโรงละครเก่าคมปิระ นับตั้งแต่ปี 1985 เป็นต้นมา ที่นี่ได้จัดการแสดงคาบูกิประจำปี “ชิโกกุ คมปิระ คาบูกิ โอชิบาอิ” (四国こんぴら歌舞伎大芝居) ซึ่งดึงดูดผู้ชื่นชอบการแสดงคาบูกิจากทั่วประเทศให้เดินทางมาชมโดยยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมของโรงละครโบราณเอาไว้อย่างงดงาม
จังหวัดคางาวะยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามอีกมากมายทั้งในด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสงานศิลป์และธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน หากมีโอกาส ลองแวะมาเยือนและสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้กันนะคะ
สรุปเนื้อหาจาก fumakilla