cover

ของขวัญสำหรับคนสำคัญ แม้ว่า “ความรู้สึกที่ต้องการจะมอบให้แก่ผู้รับ” จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ความจริงแล้วมีของขวัญบางอย่างที่ถูกมองว่า “ไม่เป็นมงคล” อยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะของขวัญที่เลือกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ อาจมี “ความหมายที่ไม่ดี” แฝงอยู่ก็ได้ค่ะ ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำ ของขวัญ 7 ประเภทที่คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากมอบให้ผู้อื่นจะไม่เป็นสิริมงคล ถ้าเราได้รู้ความหมายของสิ่งของเหล่านี้ล่วงหน้า เชื่อได้เลยว่าคุณอาจได้รับการมองหรือได้รับคำชมจากคนญี่ปุ่นว่าเป็นผู้มีความเอาใจใส่และรอบคอบดีมากก็ได้นะคะ

1. ผ้าเช็ดหน้า (เนื่องจากสื่อถึง “การตัดความสัมพันธ์”)

handkerchief

ผ้าเช็ดหน้าลายสวย ๆ หรือผ้าเช็ดหน้าที่ทำมาจากวัสดุคุณภาพดี มักจะถูกเลือกเป็นของขวัญไว้มอบให้แก่กันอยู่เสมอ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นสิ่งของที่สื่อถึง “การจากลา” ค่ะ เนื่องจากคำว่า “ผ้าเช็ดหน้า” หากเขียนด้วยอักษรคันจิ จะเขียนได้ว่า 手巾หรืออ่านว่า “เทะกิเร” (Tegire = てぎれ) ซึ่งไปพ้องเสียงของคำว่า  “ตัดมือ” หรือ “ตัดขาด” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งจะสื่อความหมายถึง “การตัดสัมพันธ์” หรือ “การบอกลา” ได้นั้นเองค่ะ ดังนั้น ในการมอบที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น คู่รัก เพื่อน หรือสามีภรรยา การให้ผ้าเช็ดหน้าอาจไม่ใช่เรื่องเหมาะสม ควรที่จะหลีกเลี่ยงให้เป็นของขวัญอย่างอื่นจะดีกว่านะคะ

2. หวี (เนื่องจากสื่อถึง“ความทุกข์” หรือ ”ความตาย“)

hair brush

“หวี” ถือเป็นสัญลักษณ์ของความงาม แต่เมื่อเล่นคำตามเสียงภาษาญี่ปุ่นจะอ่านว่า “คุชิ”(Kushi =くし) ซึ่งจะไปพ้องกับคำว่า “คุ” (Ku = 苦) ซึ่งแปลว่า “ความทุกข์” และ “ชิ” (Shi = 死 ) ซึ่งแปลว่า “ความตาย” จึงถูกมองว่าเป็นคำอัปมงคลค่ะ โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเคล็ดและโชคลาง หวีอาจเป็นของขวัญที่ค่อนข้างจะต้องคิดให้ดีก่อนจะตัดสินใจซื้อหรือมอบให้เป็นของขวัญนะคะ

3. มีด (เนื่องจากสื่อถึง “การตัดความสัมพันธ์”)

knief

มีด และมีดทำครัว หรือมีดพกชนิดต่าง ๆ มักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่สื่อถึง “การตัดความสัมพันธ์” จึงไม่เหมาะสมในการนำมาใช้เป็นของขวัญในโอกาสงานมงคลหรืองานฉลองต่าง ๆ เช่น งานแต่งงานหรือการมีลูก ตามมารยาท จึงควรหลีกเลี่ยงค่ะ อย่างไรก็ตาม สำหรับเชฟหรือผู้ที่มีงานอดิเรกเป็นการทำอาหาร ของขวัญประเภทนี้อาจถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาฝีมือ ซึ่งอาจทำให้ผู้รับรู้สึกดีใจได้ค่ะ ในกรณีนี้ ควรมีการแก้เคล็ดนะคะ โดยตามธรรมเนียมญี่ปุ่น จะแก้เคล็ดด้วยการให้ผู้รับของขวัญให้เงินจำนวน 5 เยน แก่ผู้ให้ของขวัญ เหมือนเป็นการซื้อของขวัญคืนจากผู้ให้ เพื่อให้ไม่ถือว่าการมอบของในครั้งนี้เป็นการมอบของขวัญโดยตรงนั้นเองค่ะ

4. กรรไกรหรือคัตเตอร์ (เนื่องจากสื่อถึง “การตัดความสัมพันธ์”)

scissor

เช่นเดียวกับมีดในข้อ 3 เพราะกรรไกรหรือคัตเตอร์มักจะถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “การตัดความสัมพันธ์” จึงไม่เหมาะกับการให้กับคนที่เราต้องการให้ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น คู่รัก สามีภรรยา หรือเพื่อน โดยเฉพาะกับคู่รัก เนื่องจากมีความเชื่อว่าการให้ของขวัญประเภทนี้อาจทำให้ “ความสัมพันธ์จบเร็วขึ้น” อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ชอบเครื่องเขียน โดยเฉพาะกรรไกรหรือคัตเตอร์ ของขวัญเหล่านี้อาจทำให้ผู้รับรู้สึกดีใจหรือชอบได้ ดังนั้นควรพิจารณาความชอบและความสัมพันธ์ของผู้รับให้รอบคอบก่อนเลือกซื้อดูนะคะ

5. นาฬิกา (เนื่องจากสื่อถึง “เวลาหมดลง”)

watch

นาฬิกาโดยเฉพาะนาฬิกาแบรนด์หรู ๆ ยี่ห้อดัง ๆ มักถูกนิยมนำไปเลือกให้เป็นของขวัญ แต่ต้องระวังนะคะว่า นาฬิกาเป็นสิ่งของที่ไม่ควรมอบให้กับผู้สูงอายุ เพราะมีความหมายเชิงสัญลักษณ์สื่อได้ว่า “เวลาหยุด = ชีวิตหมดลง” นอกจากนี้ นาฬิกายังถูกตีความได้ว่า เป็นสัญลักษณ์ของ “การจากลา” หรือ “ความสัมพันธ์ได้หมดเวลาลง” ค่ะ อย่างไรก็ตาม ในวันครบรอบแต่งงานหรือสำหรับคู่รัก นาฬิกาอาจสื่อให้ไปในความหมายเชิงบวกได้ว่า “เราจะใช้เวลาไปด้วยกัน” แต่เพื่อไม่ให้ผู้รีบรู้สึกเข้าใจผิดได้ ผู้ให้ควรมีคำอธิบายหรือใส่การ์ดข้อความประกอบเพื่อให้ผู้รับเข้าใจได้ถึงความหมายดี ๆ ของของขวัญที่เราตั้งใจมอบให้นี้นะคะ

6. ชาเขียว (เนื่องจาก “เป็นของขวัญที่มักใช้มอบกันในงานศพ”)

green tea

ชาเขียวถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและเป็นเครื่องดื่มที่คุ้นเคยในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ถ้าจะนำมาใช้มอบเป็นของขวัญ ต้องระวังนิดนึงค่ะ เพราะชาเขียวมักถูกใช้เป็นของตอบแทนในงานศพ จึงทำให้ผู้รับเมื่อได้ไปจะนึกถึงงานศพได้ค่ะ โดยเฉพาะเมื่อนำไปมอบให้กับผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ ดังนั้น การเลือกมอบชาแบบหรือชนิดอื่น ๆ เช่น ชาดำหรือชาแบบสมุนไพร อาจเหมาะสมและปลอดภัยกว่าค่ะ

7. ของที่มีตัวเลข 4 หรือ 9 อยู่ (เนื่องจากสื่อถึง “ความตาย” หรือ “ความทุกข์”)

49 gift

เนื่องจากของที่มีตัวเลข 4 หรือ 9 อยู่ ดันไปพ้องเสียงกับคำว่า“ชิ” (Shi = 死 ) ซึ่งแปลว่า “ความตาย” กับ “คุ” (Ku = 苦) ซึ่งแปลว่า “ความทุกข์” ค่ะ ดังนั้น หากของขวัญหรือจำนวนสิ่งของที่ให้มีจำนวน 4 ชิ้น หรือ 9 ชิ้น อาจสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับผู้ที่ใส่ใจในเรื่องมงคลได้ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกจำนวนของให้มีจำนวนชิ้นเป็นเลขคี่ เช่น 3 ชิ้น 5 ชิ้น หรือ 7 ชิ้น จะปลอดภัยและเหมาะสมกว่าค่ะ

girl gift

ความรู้สึก “อยากมอบของขวัญให้เพื่อแสดงความยินดี” เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ “ความเอาใจใส่คำนึงถึงผู้รับ” ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากเช่นกันค่ะ ดังนั้น การให้ของขวัญไม่ใช่แค่ “ให้อะไรก็ได้” แต่ควรคำนึงว่า “ผู้รับเมื่อรับของขวัญนั้นไปแล้วจะรู้สึกกับของขวัญนั้นอย่างไรด้วย” แน่นอนว่าหากผู้รับเป็นบุคคลที่ไม่ใส่ใจ ไม่ซีเรียสในเรื่องเหล่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากจนเกินไปนะคะ แต่ความเอาใจใส่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถสื่อถึง ความรอบคอบและความห่วงใยของคุณได้ค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : fundo.jp

XROSSX

ชอบถ่ายรูป วาดรูป กิน เที่ยว (เพื่อหนีความจริงในบางครั้ง) ศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแมว อยากแบ่งปันญี่ปุ่นในด้านต่างๆ ให้ทุกคนได้รู้จัก มารู้จักญี่ปุ่นไปด้วยกันนะคะ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า