ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีศาลเจ้าอยู่เป็นจำนวนมากมาย แต่ศาลเจ้าที่ใช้ชื่อว่า “ศาลเจ้า◯◯อินาริ” ซึ่งมีสุนัขจิ้งจอกตั้งอยู่สองข้างซ้ายขวาบริเวณประตูทางเข้าสีแดงด้านหน้าของศาลเจ้านั้นถือได้ว่าเป็นศาลเจ้าแบบที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดที่ญี่ปุ่นค่ะ โดยศาลเจ้าที่มีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกอย่างที่บอกมาข้างต้นนี้ถือว่ามีมากถึง 2,970 แห่งทั่วประเทศเลยทีเดียว แต่ถ้าเรานับรวมศาลเจ้าขนาดเล็ก เช่น “โกอุชิชะ” (Goushisha = 合祀社) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ทำการบูชาเทพเจ้าหลายองค์ในที่เดียวกัน หรือ ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ตามบ้านเรือนหรือบริษัทที่บูชาในฐานะ “เทพเจ้าประจำบ้าน” หรือที่เรียกกันว่า “ยะชิกิงามิ” (Yashigi Gami = 屋敷神) แล้ว จำนวนศาลเจ้าทั้งหมดก็คงเกินกว่า 32,000 แห่งค่ะ

ตัวอย่าง ศาลเจ้าอินาริที่มีชื่อเสียงได้แก่ ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ ในเมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต และ ศาลเจ้าซาสุเกะอินาริในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะ นอกจากนี้ในวัดพุทธบางแห่ง เช่น โทโยะกาวะอินาริ หรือ เอนปุกุซัง โทโยะกาวะกากุ เมียวกอนจิ ในเมืองโทยะคาวะ จังหวัดไอจิ ก็มีการบูชาสุนัขจิ้งจอกเป็นเทพผู้พิทักษ์อีกด้วยค่ะ

ศาลเจ้าอินาริเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และการที่ภายในศาลเจ้ายังมีรูปปั้นจิ้งจอกอยู่แทบทุกแห่ง และยังมีอาหารที่เชื่อกันว่าเป็นของโปรดของสุนัขจิ้งจอกที่เรียกว่า “อินาริซูชิ” (Inari Sushi = いなり寿司) หรือ “แผ่นเต้าหู้ทอดที่นำข้าวญี่ปุ่นมายัดห่อใส่ไว้ด้านใน” อีกด้วย ดังนั้น เชื่อได้เลยว่าคงต้องมีหลายคนที่เคยรู้สึกสงสัยว่า “เทพเจ้าของศาลเจ้าอินาริ คือ เทพสุนัขจิ้งจอกหรือ?” ดังนั้นในครั้งนี้เราจะมาสืบค้นความสัมพันธ์ระหว่างศาลเจ้าอินาริกับเทพสุนัขจิ้งจอกกันค่ะ
เหตุผลที่มีสุนัขจิ้งจอกอยู่ในศาลเจ้าอินาริคืออะไร?

เทพเจ้าที่ประดิษฐานในศาลเจ้าอินารินั้นจะมีชื่อเรียกหลายแบบ เช่น “อินาริไดเมียวจิน” (Inari Daimyojin = 稲荷大明神) หรือ “โอะอินาริซามะ” (Oinari Sama = お稲荷様) และ “โออินาริซัง” (Oinari San = お稲荷さん) เป็นต้น ซึ่งแต่เดิมทีเป็นเทพเจ้าที่เกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ทางด้านการเกษตร แต่ในปัจจุบันจะได้รับการยอมรับในฐานะเทพเจ้าที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จด้านกิจการ ธุรกิจการค้ามากกว่า

ในส่วนของเหตุผลที่ในศาลเจ้าอินาริจะมีสุนัขจิ้งจอกแทนที่จะเป็น “โคมะอินุ” (Koma Inu = 狛犬) หรือ “สิงโตผสมสุนัข” คอยเฝ้าศาลเจ้าก็มีหลายทฤษฎีด้วยกัน โดยทฤษฎีแรก คือ เทพเจ้าอินาริไดเมียวจิน ซึ่งเป็นเทพเจ้าเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ทางด้านการเกษตรนั้น ถือว่าเป็นเทพเจ้าที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับอาหาร โดยจะถูกเรียกว่า “มิเคะสึงามิ” (Miketsu Kami = 御饌津神) ซึ่งเสียงอ่านไปตรงกับตัวคันจิ “มิเคะสึงามิ” (Miketsu Kami = 三狐神) ซึ่งมีความหมายว่า “เทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกสามตัว” จึงกลายเป็นความเชื่อว่า “สุนัขจิ้งจอก คือ ผู้ส่งสารของเทพเจ้าอินาริ” อีกทฤษฎีหนึ่ง คือ เนื่องจากสุนัขจิ้งจอกคอยล่าและกำจัดหนูที่มารบกวนพืชและผลผลิตทางการเกษตรกร จึงทำให้สุนัขจิ้งจอกเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าแห่งการปกป้องข้าว และกลายเป็นเทพผู้พิทักษ์ของศาลเจ้าอินาริมาจนถึงปัจจุบัน

แต่ทว่าก็ยังมีอีกทฤษฎีที่น่าสนใจ คือ ในอดีตคนญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักล่า จะล่าสัตว์เพื่อนำมาทำเป็นอาหารในการดำรงชีพ โดยคนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มคนที่มีความเชื่อว่า “หมาป่าเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้า” จึงเคารพและนับถือหมาป่า แต่เมื่อผู้คนเริ่มหันมาทำการเกษตรเพาะปลูกข้าวมากขึ้น หมาป่าก็ถูกขับไล่ไป สุนัขจิ้งจอกก็ได้เข้ามาแทนที่ โดยสุนัขจิ้งจอกได้ถูกยกย่องเป็นเหมือนเทพเจ้าผู้พิทักษ์ข้าวของคนญี่ปุ่นแทน

ทั้งนี้ ร่องรอยที่แสดงให้เห็นว่าหมาป่าเคยถูกเคารพนับถือในฐานะผู้ส่งสารของเทพเจ้า แม้ว่าหมาป่าญี่ปุ่นจะสูญพันธุ์ไปในยุคเมจิก็ตาม เห็นได้จากรูปปั้นของโคมะอินุของศาลเจ้ามิยามะสึ มิทาเกะ (Miyamasu Mitake Jinja =宮益御嶽神社) ที่ตั้งอยู่บนถนนมิยามาสึซากะ เขตชิบูย่า กรุงโตเกียว ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่โคมะอินุแบบที่เป็นสิงโตผสมสุนัข แต่เป็นหมาป่าญี่ปุ่นต่างหากค่ะ (ไว้ในครั้งหน้าเราจะพาไปเที่ยวยังศาลเจ้ามิยามะสึ มิทาเกะกันค่ะ)

นอกจากนี้ สุนัขจิ้งจอกในศาลเจ้าอินาริยังเป็น “สุนัขจิ้งจอกขาว” หรือ “เบียโคะ” (Byokko = 白狐) สะท้อนให้เราเห็นและรู้ได้ว่าสุนัขจิ้งจอกในศาลเจ้านั้นไม่ใช่สุนัขจิ้งจอกธรรมดาที่เราจะพบเจอหรือเห็นได้ทั่วไปตามสวนสัตว์ แต่เป็นสัตว์พิเศษ จัดว่าเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้า โดยเราไม่สามารถที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ค่ะ

แต่เคยสังเกตกันไหมคะว่ารูปปั้นสุนัขจิ้งจอกตามหน้าศาลเจ้าที่เราพบเห็นนั้น ปกติจะคาบวัตถุบางอย่างไว้ในปากเสมอ โดยวัตถุหรือสิ่งของเหล่านี้มีความหมายที่แตกต่างกันออกไปค่ะ โดยแบ่งออกเป็น 4 อย่างด้วยกัน คือ (1) ฟ่อนข้าว หรือ อินะโฮะ (Inaho = 稲穂) หมายถึง การเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ (2) กุญแจ หรือ คางิ (Kagi = 鍵) หมายถึง กุญแจของยุ้งฉางที่ไว้เก็บข้าวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ หรือสามารถที่จะสื่อถึงกุญแจที่ใช้ไว้สำหรับเปิดคลังพระสมบัติของเทพเจ้านั้นเองค่ะ (3) ม้วนหนังสือ หรือ มะกิโมโนะ (Makomono = 巻物) หมายถึง พระสูตร หรือพระธรรมเทศนาซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า และสุดท้าย (4) อัญมณี หรือ ทามะ (Tama =玉) หรือ โฮจู (Houju = 宝珠) หมายถึง พลังหรือจิตวิญญาณของเทพเจ้านั้นเองค่ะ

ในคราวหน้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ศาลเจ้าก็ลองหันไปมองรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกตรงทางเข้าศาลเจ้ากันดูนะคะ อาจจะค้นพบอะไรที่น่าสนุกตามที่บอกไปก็ได้ค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan