อากิฮาบาระ ถือเป็นสถานที่ที่เหล่าคนรักมังงะอนิเมะหรือชื่นชอบเกมญี่ปุ่นอยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต ด้วยความที่ร้านค้าต่างๆ และห้างสรรพสินค้าเต็มไปด้วยสินค้าเกม การ์ตูน (หรือที่เรียกว่ากู๊ดส์) เต็มไปหมด ไหนจะร้านคาเฟ่ที่มีพนักงานใส่ชุดเมดสุดน่ารักราวกับหลุดมาจากการ์ตูนคอยต้อนรับ หากกล่าวว่าเป็นสรวงสวรรค์สำหรับโอตาคุก็คงไม่เกินจริงนัก

ว่าแต่อากิฮาบาระกลายเป็นสวรรค์สำหรับคนรักมังงะอนิเมะไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มาหาคำตอบได้ที่บทความนี้เลยค่ะ

โอตาคุ คืออะไร

ก่อนอื่นขอพูดถึงความหมายของ โอตาคุ กันก่อน ในสมัยก่อนโอตาคุจะหมายถึงคนที่ชอบเกม อนิเมะ หรือมังงะมากจนเรียกได้ว่าคลั่งไคล้ ชอบหมกอยู่แต่ในห้องตัวเองทำให้มีอิมเมจที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในสายตาคนญี่ปุ่น ทว่าในปัจจุบันมีหนังสือหรือภาพยนตร์ที่มีโมเดลเป็นโอตาคุ และมังงะอนิเมะของญี่ปุ่นก็เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติมากขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ของโอตาคุไม่ได้แย่เหมือนในสมัยก่อน อีกทั้งตอนนี้คำว่าโอตาคุมีความหมายที่กว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดแค่คนที่ชอบเกม อนิเมะ มังงะ แต่ยังรวมถึงคนที่ชอบไอดอล หรือคนที่มีความสนใจต่อสิ่งๆ หนึ่งมากอีกด้วย เช่น เครื่องสำอาง แฟชั่น ร้านค้าร้อยเยน

ทำไมอากิฮาบาระถึงเป็นสรวงสวรรค์ของเหล่าโอตาคุ

อากิฮาบาระ

สมัยก่อนในอากิฮาบาระมีร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมากมายจนถึงขนาดที่มีคนเรียกว่านครแห่งไฟฟ้า ยิ่งเวลาผ่านไปจากร้านค้าที่ขายแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านก็เริ่มขายชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์หรือมีร้านที่ขายเกี่ยวกับชิ้นส่วนไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น ในบรรดาลูกค้าก็มีคนที่ชอบเกมหรืออนิเมะเยอะมากเหมือนกัน ทำให้เริ่มมีการวางขายโมเดลฟิกเกอร์และสินค้าสำหรับคอสเพลย์เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นจุดกำเนิดแดนสวรรค์ของเหล่าโอตาคุเลยก็ว่าได้

เวลาผ่านไป ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์สามารถหาซื้อได้ทางออนไลน์ทำให้ร้านที่ขายของพวกนี้ต้องปิดตัวลง แต่นั่นก็ไม่ทำให้อากิฮาบาระหมดความน่าสนใจ ในทางกลับกันเริ่มมีร้านประเภทเมดคาเฟ่ที่พนักงานในร้านแต่งตัวเหมือนตัวละครในอนิเมะมากขึ้น ทำให้ยิ่งได้รับความนิยมต่อเนื่อง

วัฒนธรรมโอตาคุกับถนนคนเดินย่านอากิฮาบาระ

ในปี 1973 ถือเป็นยุครุ่งเรืองของวัฒนธรรมโอตาคุในย่านอากิฮาบาระเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นสถานที่ที่เหล่าคอสเพลเยอร์หรือเพอร์ฟอเมอร์มารวมตัวกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง สามารถทำกิจกรรมต่างๆ บนถนนคนเดินได้ จนกระทั่งในปี 2008 เกิดคดีสังหารหมู่ที่อากิฮาบาระ ผู้ก่อเหตุขับรถบรรทุกไล่ชนคนที่อยู่บนถนน ชนเสร็จก็เดินลงจากรถมาไล่แทงคนซ้ำ คดีนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 ราย บรรยากาศที่เคยคึกคักพลันหมองเศร้าและน่าสลดหดหู่ทันควัน อีกทั้งจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้มีการปิดถนนคนเดินของอากิฮาบาระเพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิมอีก

ถึงแม้ว่าถนนจะถูกเปิดให้ใช้ได้ในปี 2011 แต่ก็มีข้อจำกัดทั้งเวลา บริเวณที่เปิดให้ใช้ รวมถึงมีการห้ามทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย

แม้ว่าตอนนี้อากิฮาบาระจะไม่มีบรรยากาศคึกคักเหมือนเมื่อก่อนเพราะห้ามทำอีเวนต์บนถนนคนเดินและตึกออฟฟิศที่เพิ่มมากขึ้น แต่กระนั้นก็ยังเป็นสถานที่ยอดฮิตของผู้ที่ชื่นชอบอนิเมะ มังงะ หรือเกมอยู่ดี หากใครอยากลองมาสัมผัสประสบการณ์และวัฒนธรรมโอตาคุก็อย่าพลาดปักหมุดอากิฮาบาระด้วยนะ

สรุปเนื้อหาจาก bishamon group restaurants
เขียนโดย Lamudni

conomin

conomin คือกลุ่มนักเขียนใหม่ของ conomi ที่คอยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น เพื่อคนรักญี่ปุ่น จากปลายปากกาคนรักญี่ปุ่นด้วยกัน

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า