การ์ดฮานาฟุดะ (Hanafuda) ไม่ได้เป็นเพียงไพ่สวยงามที่เต็มไปด้วยลวดลายดอกไม้ตามฤดูกาลของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในเกมแบบดั้งเดิมที่เล่นสนุก เต็มไปด้วยเสน่ห์ และแฝงกลยุทธ์อันลึกซึ้ง แม้เป็นไพ่ที่มีประวัติยาวนานหลายร้อยปี ทว่าคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับไม่เคยรู้จักหรือไม่เคยลองเล่นเกมนี้มาก่อน จนมาทำให้ฮานาฟุดะกลายเป็น “ของดีที่ถูกลืม” อย่างน่าเสียดาย บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับ ความเป็นมาของการ์ดฮานาฟุดะ, ความผูกพันของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อเกมไพ่ชนิดนี้ รวมถึงแนะนำ กติกาการเล่นเกม “โคอิโคอิ (Koi Koi)” ซึ่งเป็นรูปแบบยอดนิยม พร้อมถ่ายทอดว่าทำไมฮานาฟุดะถึงยังคงเป็นเกมที่ทั้งสนุกและน่าหลงใหลไม่เสื่อมคลาย!
1. จุดกำเนิดการ์ดฮานาฟุดะ จากไพ่ตะวันตกสู่ไพ่ดอกไม้ญี่ปุ่น

ต้นกำเนิดของ คารุตะ (Karuta) หรือเกมไพ่ในญี่ปุ่น เริ่มขึ้นในช่วง ยุคอาซูจิ–โมโมยามะ (ค.ศ. 1568–1600) เมื่อมิชชันนารีชาวโปรตุเกสนำไพ่ตะวันตกเข้ามาพร้อมการเผยแผ่ศาสนาคริสต์และอาวุธปืน คำว่า “คารุตะ” มีรากศัพท์มาจากคำภาษาโปรตุเกสว่า Carta ซึ่งแปลว่า “ไพ่” ต่อมาไพ่เหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในหมู่ชนชั้นนักรบหรือซามูไร
อย่างไรก็ตาม การนำไพ่ไปใช้ในการพนันทำให้รัฐบาลโชกุนต้องออกกฎหมายสั่งห้ามเกมคารุตะ แต่ความนิยมในการพนันกลับไม่ลดลง ผู้คนจึงเริ่มดัดแปลงไพ่เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ตัวเลขซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการพนันถูกแทนที่ด้วย ภาพดอกไม้ตามฤดูกาลทั้ง 12 เดือน และออกแบบให้คล้ายกับ Waka Karuta ที่ใช้เพื่อการศึกษา จนกลายมาเป็นต้นแบบของ การ์ดฮานาฟุดะ
แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าไพ่ฮานาฟุดะถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อใด แต่มีเอกสารบันทึกว่าการ์ดประเภทนี้ถูกสั่งห้ามใช้อย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1816 แสดงให้เห็นว่าเกมฮานาฟุดะต้องได้รับความนิยมแพร่หลายมาก่อนหน้านั้นแล้ว และได้ดำรงอยู่ในสังคมญี่ปุ่นอย่างแน่นอน
2. ฮานาฟุดะในเงามืดการพนัน สู่การ์ดของประชาชน

ในยุคที่การพนันยังคงถูกกฎหมายห้ามอย่างเข้มงวด ร้านค้าจำนวนไม่น้อยได้ตั้งบ่อนการพนันลับไว้ด้านหลังร้านเพื่อรองรับผู้เล่นฮานาฟุดะ โดยมีการใช้ “สัญญาณขยี้จมูก” เป็นรหัสลับเพื่อแสดงว่าต้องการเข้าไปเล่น เนื่องจากคำว่า “จมูก” ในภาษาญี่ปุ่นมีเสียงพ้องกับคำว่า “ฮานะ” ซึ่งหมายถึงดอกไม้บนไพ่
ต่อมาเมื่อเข้าสู่ สมัยเมจิ (เริ่มปี ค.ศ. 1868) ญี่ปุ่นเปิดประเทศและรับแนวคิดสังคมตะวันตกมากขึ้น ไพ่แบบตะวันตกเริ่มเข้ามาแพร่หลาย พร้อมกับนิยามใหม่ว่าไพ่สามารถเป็นเครื่องเล่นเพื่อความบันเทิงได้ ไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับการพนัน การจำหน่ายไพ่ฮานาฟุดะจึงได้รับอนุญาตอย่างถูกกฎหมาย
ในช่วงเวลานั้น ฮานาฟุดะได้รับความนิยมในหมู่ชาวบ้านอย่างกว้างขวาง มีการผลิตการ์ดท้องถิ่นที่ออกแบบลวดลายเฉพาะตามภูมิภาค และกลายเป็นกิจกรรมเล่นไพ่ประจำครอบครัว อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองนี้เริ่มถดถอยลงหลังการบังคับใช้ พระราชบัญญัติภาษีกระเบื้องในปี ค.ศ. 1902 ซึ่งเรียกเก็บภาษีจากผู้ผลิตไพ่โดยตรง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นพระราชบัญญัติภาษีไพ่ใน ค.ศ. 1957 ส่งผลให้ผู้ผลิตการ์ดจำนวนมากต้องเลิกกิจการ ความนิยมของฮานาฟุดะและคารุตะประเภทอื่นจึงลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งกฎหมายฉบับดังกล่าวถูกยกเลิกใน ค.ศ. 1989 พร้อมกับการเริ่มใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม
3. วิธีเล่น “โคอิโคอิ” กติกาคลาสสิกที่เข้าใจง่าย

โคอิโคอิ (Koi Koi) เป็นรูปแบบการเล่นฮานาฟุดะแบบสองผู้เล่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เริ่มต้นด้วยการกำหนดคะแนนเป้าหมาย เช่น 10 แต้ม จากนั้นจับสลากเลือกเจ้ามือและแจกไพ่ให้ผู้เล่นคนละ 8 ใบ พร้อมวางไพ่บนโต๊ะ 8 ใบ ที่เหลือวางไว้เป็นสำรับ
เมื่อถึงตา ผู้เล่นจะเลือกวางไพ่จากมือ 1 ใบ หากมีไพ่บนโต๊ะที่เป็น เดือนเดียวกันหรือดอกไม้ชุดเดียวกัน จะสามารถเก็บคู่ไพ่เหล่านั้นมาเป็นส่วนแบ่งของตนได้ จากนั้นต้องจั่วไพ่จากสำรับ หากไพ่ที่จั่วตรงกับไพ่บนโต๊ะอีกครั้ง ก็สามารถเก็บเพิ่ม เป็นวิธีการจับคู่ที่คล้ายเกม Memory หรือเกมจับไพ่ทั่วไป
เป้าหมายสูงสุดคือการรวบรวมไพ่ให้ครบตาม “มือที่ชนะ (Yaku)” เช่น ชุดไพ่แสง ชุดสัตว์ หรือชุดริบบิ้นผู้เล่นสามารถเลือก “จบเกม” เพื่อรับแต้มทันที หรือเลือกประกาศ “โคอิโคอิ” เพื่อเล่นต่อและเพิ่มโอกาสทำแต้มให้ได้มากขึ้น โดยต้องยอมรับความเสี่ยงว่าหากคู่แข่งทำมือชนะก่อน คะแนนทั้งหมดอาจตกเป็นของฝั่งตรงข้าม
4. เสน่ห์ของฮานาฟุดะ เกมที่สนุกเพราะต้องคิดทุกก้าว

เสน่ห์หลักของฮานาฟุดะคือจำนวนไพ่ในมือที่จำกัด ผู้เล่นจะมีเพียง 8 ใบ และแต่ละรอบสามารถวางลงได้เพียงครั้งละ 1 ใบ ทำให้ทุกการตัดสินใจมีความสำคัญ ต้องคำนวณทั้งไพ่ในมือ ไพ่บนโต๊ะ และไพ่ในสำรับที่ยังไม่เปิด พร้อมคาดเดาแผนของคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้เกมน่าตื่นเต้นคือการเลือกว่าจะ หยุดรับแต้มทันทีหรือเสี่ยงเล่น “โคอิโคอิ” ต่อไปเพื่อเพิ่มคะแนน ยิ่งเล่นต่อก็ยิ่งมีโอกาสได้แต้มสูงขึ้น แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงที่จะพ่ายแพ้เช่นกัน ฮานาฟุดะจึงไม่ใช่เกมวัดดวงเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการผสมผสานระหว่าง การวางแผน กลยุทธ์ และการตัดสินใจเชิงจิตวิทยา อย่างแท้จริง
ถึงแม้การ์ด ฮานาฟุดะ จะถือกำเนิดจากช่องโหว่ของกฎหมายห้ามการพนัน และผ่านช่วงเวลาแห่งการถูกกีดกัน ถูกลดความนิยม และเกือบเลือนหาย แต่สุดท้ายก็ยังคงอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นในฐานะเกมการ์ดที่งดงามและเปี่ยมเสน่ห์ การผสมผสานระหว่าง ศิลปะดอกไม้ ประวัติศาสตร์ และกลยุทธ์การเล่น ทำให้ฮานาฟุดะแตกต่างจากไพ่ทั่วไป หากคุณกำลังมองหาเกมคลาสสิกที่ให้ทั้งความสนุกและเรื่องราวทางวัฒนธรรม “โคอิโคอิ” บนการ์ดฮานาฟุดะคือคำตอบที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง
สรุปเนื้อหาจาก : liginc.co.jp