หากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยๆ คงมีไม่น้อยที่ได้เห็นลายภาพวาดอุคิโยเอะ ภาพเขียนสีสันสดใสสไตล์ญี่ปุ่นเพ้นท์ลายอยู่ตามถุงผ้า โปสเตอร์ ใบปลิว หรือปรากฏอยู่บนฝากล่องขนมตามร้านขายของฝาก ภาพเหล่านี้มีต้นแบบมาจากศิลปะของญี่ปุ่นที่แพร่หลายมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับศิลปะนี้กันค่ะ
“อุคิโยเอะ (Ukiyo-e)” คือภาพวาดสีสันสดใสในสมัยเอโดะของญี่ปุ่น ถ่ายทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนในชีวิตประจำวัน ผ่านภาพหญิงงาม นักแสดงคาบูกิ นักรบผู้ยิ่งใหญ่ รวมถึงทิวทัศน์ธรรมชาติ อุคิโยเอะถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงสมัยไทโช เดิมคำว่า “อุคิโย” มีความหมายไม่ดี สื่อถึง “โลกแห่งความทุกข์ยาก” จึงเปลี่ยนมาใช้อีกตัวอักษรหนึ่งที่มีความหมายใหม่สื่อถึง “โลกแห่งความรื่นเริง” สอดคล้องกับผู้คนในยุคนั้นที่ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานและเพลิดเพลิน ลักษณะเด่นของศิลปะนี้คือภาพนักรบหรือวีรบุรุษขุนศึกในอดีต ภาพหญิงงามโดยเฉพาะหญิงในย่านเริงรมย์ หรือภาพนักแสดงคาบูกิที่มีชื่อเสียงในวงการละคร ศิลปะอุคิโยเอะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ ภาพพิมพ์แกะไม้ และ ภาพเขียนมือ

ภาพพิมพ์แกะไม้ คือภาพอุคิโยเอะที่ศิลปินวาดต้นแบบ แล้วนำไปแกะลงบนแผ่นไม้ จากนั้นใช้เทคนิคการพิมพ์แบบนูนพิมพ์ลงบนกระดาษ จุดเด่นของเทคนิคนี้คือ เมื่อแกะแม่พิมพ์ได้หนึ่งจะสามารถพิมพ์ภาพแบบเดียวกันได้อีกหลายร้อยแผ่น อันที่จริงเทคโนโลยีนี้ถูกนำเข้าจากประเทศจีนตั้งแต่สมัยนาระ และเคยถูกใช้เพื่อพิมพ์ภาพเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในสมัยคามาคุระและมุโรมาจิ ต่อมาในสมัยเอโดะ หนังสืออ่านได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีการวาดภาพประกอบหนังสือ และทำให้อุกิโยะเอะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภาพพิมพ์แกะไม้จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ภาพประกอบหนังสือ ใช้ประกอบหนังสืออ่าน และภาพพิมพ์แผ่นเดี่ยว เป็นภาพศิลปะที่พิมพ์ออกมาเป็นแผ่นเดี่ยว และเนื่องจากภาพพิมพ์แกะไม้สามารถผลิตได้จำนวนมากในคราวเดียว ภาพพิมพ์แกะไม้จึงมีราคาถูกกว่าภาพเขียนมือ ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อไว้ชื่นชมได้

การสร้างภาพพิมพ์แกะไม้เป็นการทำงานร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญ 3 ฝ่าย ได้แก่ จิตรกร ผู้มีความสามารถทางศิลปะจะทำหน้าที่วาดต้นแบบ ช่างแกะ นำภาพต้นแบบไปติดบนแผ่นไม้แล้วแกะสลัก และช่างพิมพ์ รับแม่พิมพ์ที่แกะเสร็จแล้วมาพิมพ์ต่อด้วยหมึกและสีลงบนกระดาษจนเสร็จสมบูรณ์ การแบ่งหน้าที่เช่นนี้จะช่วยให้สามารถผลิตอุคิโยเอะคุณภาพสูงได้ในเวลาอันสั้นและได้ปริมาณจำนวนมาก โดยภาพพิมพ์ทุกแผ่นจะพิมพ์ด้วยมือโดยช่างพิมพ์ การพิมพ์ครั้งแรก ศิลปินจะมาควบคุมและตรวจสอบการทดลองพิมพ์ เมื่อแก้ไขจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงพิมพ์ชุดแรกประมาณ 200 แผ่น ซึ่งมักมีคุณภาพดีที่สุด การพิมพ์ครั้งหลัง เป็นการพิมพ์เพิ่มเติมภายหลัง โดยศิลปินไม่ได้มาควบคุม อีกทั้งแม่พิมพ์ก็เริ่มสึกหรอ จึงมักมีคุณภาพด้อยกว่าการพิมพ์ครั้งแรก
ในทางกลับกัน ภาพเขียนด้วยมือ คืออุคิโยเอะที่ศิลปินวาดขึ้นเองทั้งหมด มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ไม่ใช่ภาพพิมพ์แกะไม้ เนื่องจากเป็นงานต้นฉบับเพียงชิ้นเดียว ราคาจึงสูงมาก จนประชาชนทั่วไปไม่สามารถซื้อได้ ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นมั่งคั่งที่สั่งให้ศิลปินสร้างผลงานโดยเฉพาะ สำหรับศิลปินเอง การขายภาพเขียนด้วยมือสร้างรายได้สูงกว่าภาพพิมพ์ จึงมีศิลปินบางคนที่สร้างเฉพาะภาพเขียนด้วยมือเท่านั้น ผู้ที่สามารถวาดภาพประเภทนี้ได้จึงมักมีสถานะทางสังคมสูง ตัวอย่างภาพเขียนด้วยมือที่มีชื่อเสียง ได้แก่ “ภาพสาวงามเหลียวหลัง” ของ ฮิชิกาวะ โมโรโนบุ และ“ภาพหญิงงามหน้ากระจก” ของ คัตสึชิกะ โฮคุไซ เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า ศิลปะอันเก่าแก่นี้มีความเป็นมาอันยาวนาน ดังจะเห็นได้จากจำนวนภาพอุคิโยเอะที่มีมากมายหลากหลายรูปแบบ ศิลปะนี้สะท้อนภาพชีวิตของผู้คนในยุคสมัยหนึ่งได้โดยไม่ต้องใช้ภาษาสื่อสาร แค่มองภาพเราก็สามารถเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม มองเห็นความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงเข้าใจมุมมองวิธีคิดของผู้คนในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี
สรุปเนื้อหาจาก: meihaku.jp